กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เปิดเผยว่า ภาวะเลือดออกในสมองจากเส้นเลือดในสมองแตก เป็นภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงตัวโรคมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันใด ยิ่งไปถึงโรงพยาบาลไว โอกาสรอดตายยิ่งสูง
นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะเลือดออกในสมอง สามารถพบได้ในกลุ่มอายุ แต่อาจจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ในผู้ป่วยอายุน้อย อาจจะพบได้จากสาเหตุของหลอดเลือดโป่งพอง หลอดเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ จนกว่าจะมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทเมื่อเกิดการแตกของหลอดเลือด และอีกกลุ่มจะพบในผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะพบร่วมกับกลุ่มแรก และเป็นตัวเร่งให้เกิดการแตกของหลอดเลือดเร็วขึ้น หรือในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ดี จนทำให้เกิดการเซาะ ฉีก ขาด ของผนังหลอดเลือด จนทำให้เกิดมีเลือดออกในสมอง เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้
นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการเลือดออกในสมอง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรงทันทีทันใด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่วมกับมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ความรู้สึกตัวผิดปกติไป พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง ขึ้นกับตำแหน่งที่มีเลือดออก และหากเป็นตำแหน่งสมองน้อย ผู้ป่วยอาจจะมีอาการเซ ทรงตัวลำบาก พูดผิดปกติ ซึ่งดูแล้วอาจจะคล้ายคนเมาได้ เนื่องจากสมองน้อย จะทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ราบรื่น เมื่อผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว ควรนำส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร่งด่วน
สำหรับแนวทางการวินิจฉัยและรักษานั้น แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งเอกซเรย์สมอง เพื่อยืนยันชนิด และตำแหน่งของความผิดปกติ เพื่อวางแผนในการรักษา แม้ว่า อัตราเสียชีวิตในผู้ป่วยที่มีเลือดออกนั้นจะสูงมาก โดยมีรายงานตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขในปี 2568 พบว่า มีอัตราเสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดในสมองแตก ร้อยละ 20.10 แต่หากผู้ป่วยสามารถไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วก็จะสามารถให้การรักษา ลดอัตราการเกิดและลดความรุนแรงของภาวะทุพลภาพ และลดอัตราการเสียชีวิตได้ด้วย การรักษาจะขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณของเลือดที่ออก หากมีเลือดออกปริมาณเล็กน้อย อาจจะให้การรักษาแบบประคับประคอง และความคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ แต่หากเลือดออกในปริมาณสูงอาจจะมีความจำเป็นต้องผ่าตัดระบายเลือดออก และการรักษายังขึ้นกับสาเหตุของเส้นเลือดแตกด้วย หากพบว่าเกิดจากหลอดเลือดผิดปกติหรือหลอดเลือดโป่งพอง แพทย์จะพิจารณาทำการรักษาด้วยการสวนหลอดเลือดเพื่อเปิดทางเดินหลอดเลือดที่ผิดปกติ หรืออาจจะต้องรักษาด้วยหลากหลายวิธีร่วมกัน ขอเพียงผู้ป่วยที่มีอาการไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะรู้อาการไปโรงพยาบาลเร็ว โอกาสรอด และปลอดอัมพาตก็สูงขึ้น


