xs
xsm
sm
md
lg

ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีครึ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาดโลก อยู่ที่ 107.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 16.5% จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 106.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 16.9% การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง และเริ่มส่งผลต่อพื้นที่สำคัญในการผลิตและขนส่งพลังงานจากอ่าวเปอร์เซีย

หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือ ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันราว 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 20% ของน้ำมันโลก โดยอย่างที่รู้กันว่า จาหเหตุภัยคุกคามการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่าน ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้การส่งออกพลังงานจากหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียสะดุด

ขณะเดียวกัน อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ลดการผลิตน้ำมัน เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้ตามปกติ ส่วนอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า หากราคาน้ำมันยังคงอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ และกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ราคาน้ำมันในระยะสั้นที่สูงขึ้น ซึ่งจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายลง ซึ่งถือเป็นราคาที่เล็กน้อยมากสำหรับการแลกกับความปลอดภัยและสันติภาพของสหรัฐอเมริกาและของโลก"

ทั้งนี้ อาจเป็นนัยได้ว่า แม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้นชั่วคราว แต่ถ้าหากภัยคุกคามของอิหร่านถูกจำกัด น้ำมันจะลดลงเร็วในอนาคต และทรัมป์มองว่า คุ้มค่ากับความปลอดภัยของสหรัฐและโลก ส่วนกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีข้อมูลว่า กำลังพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติม หลังเพิ่งอนุญาตให้อินเดียซื้อน้ำมันจากรัฐบาลมอสโกได้ชั่วคราวเพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

ท่ามกลางความกังวลว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกและกระตุ้นเงินเฟ้อในหลายประเทศได้