วงการเพลงสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งกับการจากไปของ "มัณฑนา โมรากุล" ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเวลา 21.40 น. คืนวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ บ้านพุทธมณฑลสาย 2 สิริอายุ 103 ปี เจ้าของบทเพลง จุฬาตรีคูณ ที่เคยโด่งดังในอดีต
"มัณฑนา โมรากุล" นับว่าเป็นนักร้องผู้มอบความสุขด้านเสียงเพลง และใช้บทเพลงช่วยขับกล่อมในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งช่วงนั้นกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มีไม่มากนัก เพราะเป็นระยะที่ขาดแคลนภาพยนตร์ที่จะฉายตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ จึงเป็นช่วงที่ผู้คนหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ผ่านบทเพลงอันไพเราะ เพื่อช่วยคลายเหงา คลายกังวล ในระหว่างที่ต้องใช้ชีวิตในช่วงสงคราม
"มัณฑนา โมรากุล" ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง ) พุทธศักราช 2552 เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2466 ณ วังสวนสุพรรณของท่านเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ในรัชการลที่ 5 อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร บิดาชื่อ หลวงสิริราชทรัพย์ เดิมชื่อ ชัย โมรากุล เป็นชาวจีนที่รับราชการในกรมบัญชีกลาง มารดาชื่อ ผัน โมรากุล เป็นลูกหม่อมเครือ เครือสุวรรณ ซึ่งอยู่ในวังสวนสุพรรณ ในฐานะครูละคร สมรสกับนายบุญยงค์ เกียรติวงศ์ มีบุตร-ธิดา 4 คน คือ นางธนพร พลสุวัตติ์ นางนิชนา โมรากุล นายธำรง เกียรติวงศ์ และนางสาวยุวนุช เกียรติวงศ์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเสาวภา กรุงเทพฯ
"มัณฑนา โมรากุล" เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโดดเด่นมาตลอดตั้งแต่เริ่มร้องเพลงที่กรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) เริ่มมีผลงานขับร้องเพลงอัดแผ่นเสียงครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า จุรี โมรากุล ขณะนั้นอายุเพียง 14-15 ปีเท่านั้น คือ น้ำเหนือป่า จันทร์แจ่มฟ้า ต่อมาได้เล่นละครของครูพจน์ จารุวณิช เรื่อง "แม่ค้าทุเรียน" และได้ร้องเพลงเอกของเรื่อง คือ เพลงทุเรียนดีๆ แต่งโดยครูพิมพ์ พวงนาค เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น และยังมีโอกาสไปร่วมร้องเพลงกับวงดนตรีสากลของกรมโฆษณาการ โดยการชักชวนของอธิบดีกรมโฆษณาการ เนื่องจากชื่นชอบในน้ำเสียงและลีลาการร้องเพลง จึงได้ร่วมร้องเพลงในงานวันคล้ายวันประสูติผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
จากนั้นก็ได้เข้ารับราชการเป็นนักร้องสตรีคนแรกประจำของวงของกรมโฆษณาการ พ.ศ. 2482 และในช่วงที่รับราชการในกรมโฆษณาการนางมัณฑนาได้ขับร้องเพลงปลุกใจ และเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงเพลงไทยสากลประเภทต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมากกว่า 200 เพลง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญและได้ผลดีเยี่ยม จนเป็นนักร้องยอดนิยมของประชาชนและของทางราชการ โดยได้ร้องเพลงออกอากาศทางวิทยุ และแสดงละครวิทยุเป็นประจำตลอดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสงครามแล้วยังได้ทำหน้าที่เป็นศิลปินนักร้อง อีกทั้งได้แต่งเพลงและแสดงละครเวทีเพิ่มขึ้นอีก
ตลอด 70 กว่าปี บนเส้นทางของการเป็นศิลปินนักร้องได้มอบความสุขในด้านเสียงเพลงมาโดยตลอดและถือว่าเป็นนักร้องเพลงสุนทราภรณ์ ที่เป็นนักร้องแม่แบบให้นักร้องรุ่นหลังๆ แม้แต่ รวงทอง ทองลั่นทม ศิลปินแห่งชาติ และ บุษยา รังสี อีกทั้งมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งรวมอยู่ CD แฟนคลับสุนทราภรณ์ ที่ยังหาซื้อได้ในปัจจุบันทั้งเพลงเดี่ยว และ เพลงคู่ อาทิ บัวกลางบึง วังน้ำวน วังบัวบาน ดอกไม้ใกล้มือ ภูกระดึง ผู้แพ้รัก สิ้นรักสิ้นสุข จันทน์กะพ้อร่วง สาส์นรัก ศาสนารัก สายลมครวญ เมื่อไหร่จะให้พบ สาริกาชมเดือน อาลัยลา เรณูดอกฟ้า หากภาพเธอมีวิญญาณ ทางที่ต้องกลับ ปางหลัง ภาพลวงตา ผีเสื้อยามเช้า และ เพลินเพลงค่ำ ฯลฯ
นอกจากงานในสายการขับร้องและประพันธ์เพลงแล้ว ภายหลังจากที่ท่านลาออกจากราชการแล้ว ได้ร่วมกับสามีทำกิจการ โรงภาพยนต์ศรีพรานนกและเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง มารรัก เมื่อปี 2515 นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์ และมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช กำกับการแสดงโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เพลง "ชีวิตลำเค็ญ" เป็นเพลงประกอบ โดยนำมาให้ ลัดดา ศรีวรนันท์ มาขับร้องใหม่
จากนั้น ท่านได้ร่วมขับร้องเพลงในรายการโทรทัศน์เป็นครั้งคราว จนถึง พ.ศ.2515 จึงเลิกขับร้องเพลงอย่างถาวรด้วยเหตุผลทางสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างสงบกับบุตรธิดา ที่บ้านย่านพุทธมณฑลสาย 2 แต่ยังได้ปรากฏตัวตามงานคอนเสิร์ตการกุศลบ้างเป็นบางโอกาส
"มัณฑนา โมรากุล" ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2552 (เป็นศิลปินแห่งชาติที่อายุมากที่สุดรองจากมารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา)


