พล.ท.วันชนะ สวัสดี หรือ เสธ.เบิร์ด รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความวิเคราะห์สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยระบุว่า สมรภูมิอิหร่าน 2026 บทสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการสู้รบที่เกิดขึ้นนี่ แสดงให้เห็นชัดว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เข้าใจ อิหร่าน และอิหร่านก็ประเมิน นายทรัมป์ ต่ำไป โดยเฉพาะถ้าดูจากการจัดยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ตะวันออกกลางที่เป็น pattern คล้ายเมื่อกลางปีก่อน ดังนั้น เมื่อ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาบอกทรัมป์ว่า ดีลไม่น่าจะเกิด เพราะขนาดเสนอให้อิหร่านหยุดพัฒนานิวเคลียร์เป็นเวลา 10 ปี และทางสหรัฐฯ จะออกค่าใช้จ่ายเรื่องเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ให้แทน ทางอิหร่านยังไม่ยอม เหมือนกับที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ตอบสั้น และทรงพลังผ่านสื่อว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนน เพราะเราคือคนอิหร่าน
ทั้งนี้ เมื่อช่องว่างระหว่างความต้องการของ เจ้าแห่งการทำดีล (ทรัมป์) และรัฐที่ยึดถือศักดิ์ศรีและอุดมการณ์ (อิหร่าน) กำลังดำเนินไปถึงจุดชี้ขาด บวกกับ แรงเชียร์ที่ไม่เคยหยุดจาก นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ทรัมป์ จึงยิ่งกว่ามั่นใจว่า ดีลไม่เกิด และไม่ค่อยเสียเวลาอีกต่อไป เพราะมันมีโอกาสที่ไม่ควรพลาดคือการประชุมสำหรับผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เรื่องราวจึงนำไปสู่การโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งทรัมป์ และเนธันยาฮู รู้ดีว่า ส่งผลต่ออนาคตความมั่นคงในตะวันออกกลาง และเส้นทางการเมืองของทั้งสอง
ทั้งนี้ เมื่อช่องว่างระหว่างความต้องการของ เจ้าแห่งการทำดีล (ทรัมป์) และรัฐที่ยึดถือศักดิ์ศรีและอุดมการณ์ (อิหร่าน) กำลังดำเนินไปถึงจุดชี้ขาด บวกกับ แรงเชียร์ที่ไม่เคยหยุดจาก นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ทรัมป์ จึงยิ่งกว่ามั่นใจว่า ดีลไม่เกิด และไม่ค่อยเสียเวลาอีกต่อไป เพราะมันมีโอกาสที่ไม่ควรพลาดคือการประชุมสำหรับผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เรื่องราวจึงนำไปสู่การโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งทรัมป์ และเนธันยาฮู รู้ดีว่า ส่งผลต่ออนาคตความมั่นคงในตะวันออกกลาง และเส้นทางการเมืองของทั้งสอง


