นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พอถึงเวลาทองคำราคาสูงขึ้นถึงยอดดอยเดิมแล้ว คนบนดอยจะลงจากดอยหรือไม่?
1. วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
ราคาทองคำในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีการเคลื่อนไหวที่สำคัญดังนี้:
• ระดับราคาปัจจุบัน: ราคาสัญญาทองคำ (Gold Futures) เดือนเมษายน เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 5,247.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีระดับสูงสุดของสัปดาห์อยู่ที่ 5,299 ดอลลาร์
• ระดับแนวต้าน (Resistance): เป้าหมายถัดไปของฝ่ายซื้อ (Bulls) คือการปิดราคาเหนือ 5,400 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาและทางเทคนิค หากผ่านจุดนี้ไปได้อาจเปิดโอกาสสู่ระดับ 5,800-6,000 ดอลลาร์ตามที่นักวิเคราะห์บางค่ายคาดการณ์ หมายถึงว่าจะถึงจุดยอดเดิมแล้ว
• ระดับแนวรับ (Support): แนวรับแรกอยู่ที่ 5,100 - 5,109 ดอลลาร์ หากราคาหลุดจากจุดนี้ แนวรับถัดไปที่แข็งแกร่งจะอยู่ที่ประมาณ 4,854 ดอลลาร์
• โมเมนตัม: ค่า Wyckoff’s Market Rating อยู่ที่ระดับ 7.0 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดอยู่ในภาวะ "ขาขึ้น (Bullish)" ในระยะสั้นถึงกลาง โดยราคาสามารถเปลี่ยนระดับ 5,000 ดอลลาร์จากแนวต้านเดิมให้กลายเป็นแนวรับที่เหนียวแน่นได้สำเร็จ
2. วิเคราะห์ข่าวสารและปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental News)
สำนักข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ ชี้ให้เห็นปัจจัยกดดันและสนับสนุนที่สำคัญ:
• ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Demand): สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความไม่แน่นอนในระบบหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ (Sovereign Debt) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้นักลงทุนถือครองทองคำ
• นโยบายการเงินของ FED: ตลาดเริ่มทำใจว่าอาจไม่มีการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนี้ (โอกาสเพียง 2%) เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อ (PPI) และการจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะยาว
• การเข้าซื้อของธนาคารกลาง: ในปี 2025 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำรวม 863 ตัน และคาดว่าในปี 2026 จะยังคงมีการซื้ออย่างต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกัน (ประมาณ 850 ตัน) เพื่อลดความเสี่ยงจากดอลลาร์สหรัฐ
• วิกฤตสินเชื่อและหนี้: นักวิเคราะห์บางส่วน เตือนว่าตลาดทองคำกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่ "ผันผวนสูง" เนื่องจากปัญหาหนี้เสียในภาคเอกชนและหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น
บทสรุปแนวโน้ม (Outlook)
• ระยะสั้น: มีโอกาสเห็นการ "พักฐาน" หรือแรงเทขายทำกำไร (Profit-taking) หลังจากราคาพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลบ่อยครั้ง แต่อยู่ในกรอบที่เป็นขาขึ้น
• ระยะกลาง-ยาว: นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินใหญ่ๆ เช่น ANZ และ Bank of America ยังคงมองเป้าหมายที่ 5,800 - 6,000 ดอลลาร์ “ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้” หมายถึงไม่เกินสิ้นเดือนมิถุนายนของปีนี้ โดยมองว่าการย่อตัวเป็น "โอกาสในการสะสม" (Buy on dip) ลงเมื่อไหร่ให้ซื้อ
ข้อแนะนำ: ควรติดตามตัวเลขเงินเฟ้อและสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิด เพราะความผันผวนในระดับราคานี้จะสูงกว่าปกติมาก


