xs
xsm
sm
md
lg

อัยการ-DSI ถกคดีดิไอคอนนัดแรก หลัง อสส.สั่งฟ้อง "บอสมีน-บอสแซม"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมทีมอัยการประชุมร่วมกับ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผู้อำนวยการกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน และพนักงานสอบสวนดีเอสไอวางแนวทางการสอบสวนปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมและพฤติการณ์ทางคดีของผู้ถูกร้องทุกข์ เนื่องมาจากการขยายผลสอบสวนคดีบริษัท ดิไอคอนฯ ซึ่งดีเอสไอได้แยกรับเป็น 2 คดีพิเศษเพิ่มเติม คือ คดีพิเศษที่ 17/2568 เพื่อดำเนินการตรวจสอบถึงกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมนอกราชอาณาจักรของบริษัท ดิไอคอนฯ ที่ได้ร่วมลงทุนไป มีจำนวนทั้งสิ้น 30 ราย จาก 13 ประเทศ พบมูลค่าความเสียหาย 9.44 ล้านบาท โดยคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำพยานผู้เสียหายไปแล้ว 10 ราย และมี 1 ราย ขอถอนคำร้องทุกข์ จึงยังเหลือผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอสอบปากคำตามกระบวนการความร่วมมือทางคดีอาญา (MLAT) อีกเพียง 19 ราย และอีกส่วน คือ คดีพิเศษที่ 18/2568 เพื่อดำเนินการสอบสวนปากคำพยานผู้เสียหายของบริษัท ดิไอคอนฯ เพิ่มเติมที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายที่ตกค้างยังไม่ได้ถูกสอบปากคำในสำนวนคดีหลักก่อนหน้านี้ โดยสำนวนคดีนี้มีผู้เสียหายเพิ่มเติม จำนวน 2,505 ราย พบมูลค่าความเสียหาย 677 ล้านบาท

นายวัชรินทร์ กล่าวเปิดประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมคดีพิเศษที่ 17/2568 กรณี บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก กระทำความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสำนวนคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทยฯ (ป.วิ อาญา มาตรา 20) เนื่องจากความผิดในราชอาณาจักรไทยนั้น ทางอัยการคดีพิเศษได้มีคำสั่งฟ้องไปแล้ว โดย 2 ราย คือ บอสมีน และบอสแซม ที่ล่าสุดอัยการสูงสุดคนปัจจุบันได้มีคำสั่งเห็นพ้องกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สั่งฟ้องคดี ดังนั้น ในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ปฯ สำหรับเหตุการณ์นอกราชอาณาจักรไทย กับคดีในราชอาณาจักรไทยจึงแบ่งได้ตอนนี้ว่าคดีในราชอาณาจักรไทย ได้มีผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อหาไปหมดแล้ว (18 บอสและ 1 นิติบุคคล) จึงเหลือเพียงขั้นตอนที่อัยการคดีพิเศษจะต้องเรียกตัวบอสมินและบอสแซมมาเพื่อนำตัวไปสั่งฟ้องต่อศาลอาญาต่อไป แต่ถ้าติดตามตัวไม่ได้จึงจะแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปติดตามตัวมา

นายวัชรินทร์ กล่าวด้วยว่า เมื่อคดีที่ 1 จบตามคำสั่งเด็ดขาดที่ให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้คดีพิเศษที่ 17/2568 ซึ่งเป็นคดีที่ปรากฏผู้เสียหายนอกราชอาณาจักรไทย จะได้ดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ และทางผู้เสียหายที่อยู่นอกราชอาณาจักรก็ได้ร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ จึงต้องแยกสำนวนเพื่อสอบสวนปากคำ วันนี้จึงเป็นการประชุมในส่วนของคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ปฯ ที่ปรากฏผู้เสียหายนอกราชอาณาจักร โดยปกติแล้วคดีนอกราชอาณาจักร เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดที่จะมอบหมายให้อัยการหรือดีเอสไอสอบสวน หรือสอบสวนร่วมกัน ซึ่งอัยการสูงสุดได้ให้อัยการมาร่วมสอบสวนคดีนี้กับดีเอสไอ เพื่อให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา โดยจะต่างจากคดีแรกที่ดีเอสไอได้ทำสำนวนสอบสวนและส่งฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นเหตุให้วันนี้เราต้องมาประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก

สำหรับวาระการประชุมครั้งนี้ จะหารือกรณีบอสมินและบอสแซม ในคดีที่มีผู้กล่าวทุกข์เพิ่ม รวมถึงวางแผนการสอบปากคำกลุ่มผู้เสียหายที่ตกหล่นในประเทศไทย และกลุ่มผู้เสียหายที่ตกหล่นอยู่ต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น สวีเดน ออสเตรเลีย เพื่อมีมติไปสอบปากคำผู้เสียหายยังต่างประเทศ หรือว่าผู้เสียหายจะเป็นฝ่ายเดินทางมาให้ปากคำที่ประเทศไทย หรือผู้เสียหายจะมอบอำนาจให้ผู้ใดดำเนินการแทนตน หรือจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ไปยังประเทศต่าง ๆ เป็นต้น

โดยแนวทางจะใช้การพิจารณาในฐานความผิดเดิม แต่ต่างกรรมต่างวาระตามจำนวนผู้เสียหายและจำนวนครั้งที่กระทำการฉ้อโกง