พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้มอบหมายให้หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.) ให้การต้อนรับคณะผู้สังเกตการณ์จาก สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เดินทางมาเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตรวจพบการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ ในพื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด ซึ่งอยู่ภายในอธิปไตยของ ประเทศไทย
การดำเนินการครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารเรือตรวจพบการลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและระเบิดแสวงเครื่องจากฝ่าย กัมพูชา รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยลึกประมาณ 500 เมตร ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน โดย นปท.ทร. ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนทางเทคนิคและมาตรฐานสากล ทั้งการรวบรวมเอกสารและวัตถุพยาน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบพิกัดกริดทางทหาร และการพิสูจน์ชนิดวัตถุระเบิดภาคสนาม รวมทั้งได้พบเอกสารทางทหารที่สำคัญ ได้แก่ คู่มือการสอนการใช้ทุ่นระเบิด แผนผังสนามทุ่นระเบิด และเอกสารคำสั่งปฏิบัติการที่ระบุพิกัดและช่วงเวลาการดำเนินการในเขตแดนไทย ซึ่งหลักฐานทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านการแปลเอกสาร การวิเคราะห์พิกัดระบบ UTM และการตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด โดยผลการตรวจสอบยืนยันว่าพิกัดในเอกสารสอดคล้องกับพื้นที่ตรวจพบจริง และลักษณะการวางทุ่นระเบิดมีรูปแบบเป็นระบบ อยู่ในสภาพใหม่ จึงยืนยันได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ มิใช่ทุ่นระเบิดตกค้างจากสถานการณ์สู้รบในอดีต
การดำเนินการครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารเรือตรวจพบการลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและระเบิดแสวงเครื่องจากฝ่าย กัมพูชา รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยลึกประมาณ 500 เมตร ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน โดย นปท.ทร. ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนทางเทคนิคและมาตรฐานสากล ทั้งการรวบรวมเอกสารและวัตถุพยาน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบพิกัดกริดทางทหาร และการพิสูจน์ชนิดวัตถุระเบิดภาคสนาม รวมทั้งได้พบเอกสารทางทหารที่สำคัญ ได้แก่ คู่มือการสอนการใช้ทุ่นระเบิด แผนผังสนามทุ่นระเบิด และเอกสารคำสั่งปฏิบัติการที่ระบุพิกัดและช่วงเวลาการดำเนินการในเขตแดนไทย ซึ่งหลักฐานทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านการแปลเอกสาร การวิเคราะห์พิกัดระบบ UTM และการตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด โดยผลการตรวจสอบยืนยันว่าพิกัดในเอกสารสอดคล้องกับพื้นที่ตรวจพบจริง และลักษณะการวางทุ่นระเบิดมีรูปแบบเป็นระบบ อยู่ในสภาพใหม่ จึงยืนยันได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ มิใช่ทุ่นระเบิดตกค้างจากสถานการณ์สู้รบในอดีต


