สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาญี่ปุ่นมีมติเสียงข้างมากท่วมท้น เลือกนางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย เนื่องจากเพียง 10 วันก่อนหน้านั้น พรรคแอลดีพีและพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (เจไอพี) ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงเกินกว่า 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาไดเอท ซึ่งมีทั้งสิ้น 465 ที่นั่ง
ทั้งนี้ ทาคาอิจิ วัย 64 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว เพิ่งให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศเพื่อปกป้องดินแดนและน่านน้ำ พร้อมทั้งปรับปรุงกรอบยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับจีนตึงเครียดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทาคาอิจิ ยืนยันเดินหน้าแผนการระงับการเก็บภาษีบริโภคสำหรับอาหารเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระเงินเฟ้อของภาคครัวเรือน แม้ยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย เกี่ยวกับหนี้สาธารณะมหาศาลของญี่ปุ่น ซึ่งภาระดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2568 ถึง 2574 และการลดภาษีจะทำให้ฐานรายได้ของรัฐอ่อนแอลง ตามการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
ผู้นำญี่ปุ่นยืนยันว่า อยู่ระหว่างจัดทำนโยบายการคลังที่รับผิดชอบและมีความเป็นเชิงรุก พร้อมตั้งเป้าหมายลดหนี้สาธารณะ และจัดตั้งสภาแห่งชาติเพื่อหารือเรื่องงบประมาณสวัสดิการสังคมในสังคมสูงวัย และยังคงยึดมั่นในนโยบายคุมเข้มกฎระเบียบเรื่องคนเข้าเมือง ท่ามกลางวิกฤติขาดแคลนแรงงาน


