นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอมหัวใหญ่ ว่า ขณะนี้ผลผลิตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะอำเภอแม่วางและสันป่าตอง ซึ่งออกแล้วประมาณร้อยละ 30 ของทั้งฤดูกาล ทำให้ราคาหน้าฟาร์มปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบันราคาหอมหัวใหญ่คละ (เบอร์ 0–3) ที่เกษตรกรจำหน่ายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาทต่อกิโลกรัม จากต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่เคยอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นการปรับลดลงกว่า 50% ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรโดยตรง
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า นอกจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดพร้อมกันแล้ว เกษตรกรยังแสดงความกังวลต่อการนำเข้าหอมหัวใหญ่จากต่างประเทศในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีการสำแดงราคานำเข้าที่ต่ำ แม้จะชำระภาษีถูกต้อง แต่ยังสามารถแข่งขันด้านราคาได้ในช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกมาก ซึ่งกดดันกลไกราคาในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาเสถียรภาพตลาด
กรมการค้าภายในได้เร่งดำเนินมาตรการ 7 แนวทาง ได้แก่
- รับซื้อและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตใน “ราคานำตลาด” เป้าหมาย 1,000 ตัน ระหว่างวันที่ 21–28 กุมภาพันธ์นี้
- ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการ รับซื้อรวม 6,700 ตัน มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท
- สั่งการพาณิชย์จังหวัดที่ไม่ใช่แหล่งผลิตช่วยรับออเดอร์และกระจายสินค้า เน้นบรรจุถุงขนาด 1, 2 และ 5 กิโลกรัม
- รณรงค์หน่วยงานภาครัฐและอำเภอที่ไม่ใช่แหล่งผลิต
- ร่วมอุดหนุนผลผลิตในจังหวัด
- เปิดพื้นที่จำหน่ายตรงให้เกษตรกรในศาลากลางจังหวัด สถานที่ราชการ และงานธงฟ้า โดยช่วงวันที่ 19–21 ก.พ. จะนำหอมหัวใหญ่จากเชียงใหม่ไปจำหน่ายในงานมหกรรมธงฟ้าที่จังหวัดสระแก้ว
- ประสานทูตพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว ผลักดันการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น
- เพิ่มความเข้มงวดกำกับดูแลการนำเข้าและการขนย้าย โดยประสานกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง สกัดการลักลอบและการสวมสิทธิ์ ผู้นำเข้าต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดครบถ้วนเพื่อตรวจสอบเส้นทางสินค้าได้
สำหรับราคาตลาดกรุงเทพฯ หอมหัวใหญ่ (เบอร์ 0–1) ราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 22.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ย 37.50 บาทต่อกิโลกรัม ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่รายใหญ่ของประเทศ คิดเป็นเกือบร้อยละ 70 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ มีพื้นที่เพาะปลูก 5,130 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 25,000 ตัน คาดว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลปลายเดือนมีนาคม โดยกรมการค้าภายในยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อดูแลรายได้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง


