นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันอยู่ที่ 6.50–7.70 บาทต่อกิโลกรัม ตามเปอร์เซ็นต์น้ำมัน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดอย่างใกล้ชิด
อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ภาพรวมผลผลิตปีนี้คาดว่าจะทยอยออก ไม่กระจุกตัวรุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา แต่ช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม ยังคงเป็นช่วงที่ผลผลิตออกมาก จำเป็นต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงสกัด เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดและการชะลอรับซื้อ
ทั้งนี้ โรงสกัดหลายแห่งได้ขยายกำลังการผลิตรองรับช่วงผลผลิตกระจุกตัว สะท้อนความพร้อมของภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ขอให้โรงสกัดวางแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักรล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ช่วงผลผลิตสูงสุด เพื่อลดความเสี่ยงการหยุดเดินเครื่องกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้รถบรรทุกติดคิวและกระทบเกษตรกร
นอกจากนี้ ได้หารือถึงกรณีเปิดให้เกษตรกรนำผลปาล์มไปลงลานเทล่วงหน้า แม้มาตรการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรที่ตัดปาล์มเอง แต่บางพื้นที่ทำให้รถของลานเทต้องรอคิวนานหลายวัน จึงได้ประสานภาคส่วนต่างๆ ร่วมวางแผนบริหารการรับซื้อจากเกษตรกรไปยังร้านเทและโรงสกัดอย่างเหมาะสม โดยจะติดตามและกำหนดแนวทางบริหารคิวและปริมาณรับซื้อให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละโรงงาน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบโดยรวม
นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการพูดคุยกับเกษตรกร เห็นพ้องว่ามาตรการกำกับดูแลราคาการรับซื้อผลปาล์มให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งปีที่ผ่านมาได้กำหนดราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อกิโลกรัม เป็นกลไกช่วยสร้างหลักประกันรายได้ในช่วงผลผลิตออกมาก ควบคู่กับการดูแลต้นทุนและปัจจัยการผลิตที่เกษตรกรสะท้อนให้ภาครัฐติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชันแสดงข้อมูลกำลังการผลิตของโรงงานสกัด แผนปิดซ่อมบำรุง สถานที่ตั้งโรงงานและลานเท รวมถึงข้อมูลการรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่จำหน่าย ลดความแออัด และกระจายผลผลิตได้เหมาะสม
นายวิทยากร ย้ำว่า กรมการค้าภายในจะกำกับดูแลการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง


