xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ป่วยฝีดาษลิงในเรือนจำ เสียชีวิตแล้ว สธ.เปิดไทม์ไลน์-เร่งเฝ้าระวัง 46 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้รับรายงานกรณีผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส และขาดการรักษาต่อเนื่อง ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากกว่าปกติ

จากการสอบสวนโรค พบว่า ผู้ป่วยเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 โดยมีแผลบริเวณขา ต่อมามีอาการไข้ และพบผื่นตุ่มตามร่างกาย ก่อนถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างเร่งด่วน แม้แพทย์จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่อาการทรุดลงและเสียชีวิตในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ Mpox สายพันธุ์ Clade II

ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อมาก่อนเข้าเรือนจำ และด้วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการขาดยาต้านไวรัสเอชไอวี ทำให้การดำเนินโรคมีความรุนแรงมากขึ้น

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า ภายหลังได้รับผลยืนยัน กรมควบคุมโรคได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที โดยแยกและเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดในแดนเดียวกัน 32 ราย และเฝ้าระวังเพิ่มเติมในพื้นที่เกี่ยวข้องอีก 14 ราย พร้อมงดการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในพื้นที่เสี่ยง ตรวจวัดอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 21 วัน ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐานอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผู้สัมผัสในสถานพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา พร้อมสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง ตามแนวทางการให้วัคซีนหลังสัมผัสโรค (Post-Exposure Prophylaxis) จำนวน 19 ราย และประเมินความเสี่ยงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมกว่า 80 ราย เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง
อย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคฝีดาษวานรติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผื่น ตุ่ม หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมถึงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันและการมีเพศสัมพันธ์ใกล้ชิด อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดเมื่อย และมีผื่นหรือตุ่ม หากประชาชนมีอาการสงสัยควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม นพ.นิติ ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังหรือเจ้าหน้าที่รายอื่นมีอาการเข้าได้กับโรคเพิ่มเติม และสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและการติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังและการดูแลของกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรคยืนยัน จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง หากมีข้อสงสัย โทรสอบถาม สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422