xs
xsm
sm
md
lg

สทนช.กำชับเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงแล้ง-เตรียมปรับเกณฑ์ควบคุมอ่างฯ ขนาดใหญ่ รองรับยาวถึงปี 71

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังอยู่ในสภาวะลานีญาอ่อน จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ระบุว่า ปีนี้อุณหภูมิเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติและปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ รวมทั้งอาจเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางปี อีกทั้งคณะอนุกรรมการฯ ยังมีข้อห่วงกังวลของข้อมูลการวิเคราะห์เพื่อให้ครบทุกมิติ และเห็นควรเร่งพัฒนาระบบการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยจะให้มีคณะทำงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ที่หน่วยงานด้านการคาดการณ์ร่วมยกระดับการแจ้งเตือนภัยและนำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพต่อไป สำหรับสถานการณ์น้ำทั้งประเทศ ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 มีปริมาณน้ำรวม 62,761 ล้าน ลบ.ม. ในภาพรวมของการจัดสรรน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังเป็นไปตามแผนที่กำหนด

คณะอนุกรรมการฯ ได้ติดตาม 8 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ พร้อมกำชับการจัดหาแหล่งน้ำสำรองและวางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดย สทนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำด้านอุปโภคบริโภค ในเขตการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พะเยา นครสวรรค์ และนครราชสีมา พบว่า ปริมาณน้ำดิบมีเพียงพอต่อความต้องการตลอดช่วงฤดูแล้งนี้

ส่วนพื้นที่นอกเขตบริการ กปภ. ซึ่งใช้กลไกบริหารจัดการผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปัจจุบันยังไม่พบพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ด้านการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำและจิสด้า ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรได้วิเคราะห์สมดุลน้ำรายตำบลและประเมินพื้นที่เสี่ยงแล้ง พบว่า ปริมาณน้ำมีเพียงพอจนถึงระยะเก็บเกี่ยวและยังไม่พบพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ด้านคุณภาพน้ำในเขต กปภ. ยังคงมีปริมาณน้ำดิบเพียงพอตลอดฤดูแล้ง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนทิ้งช่วง (พ.ค.-ก.ค.) ขณะที่ในเขต การประปานครหลวง (กปน.) ได้ร่วมกับกรมชลประทาน ติดตามคุณภาพน้ำดิบในลำน้ำสายหลักอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ติดตามการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำน้อย เพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป

อีกทั้งคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาเกณฑ์การปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต (Dynamic Operation Curve) ของกรมชลประทานและ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อปรับเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยต้นฤดูฝนจะระบายน้ำเพื่อเตรียมรองรับน้ำหลาก และปลายฤดูฝนจะชะลอการระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ควบคู่กับการคาดการณ์ปริมาณฝนและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 – 2571) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน