กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6% ในปี พ.ศ. 2569 ลดลงจากประมาณการ 2.1% ในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่เพิ่มขึ้น และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำโดยเฉลี่ยที่ 0.4% ในปีนี้ ก่อนจะขยับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
IMF ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องดำเนินนโยบายผสมผสานอย่างรอบคอบเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว โดยแนะนำให้ใช้นโยบายการคลังแบบมุ่งเป้า ควบคู่กับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม
ในรายงานการประเมินเศรษฐกิจตามมาตรา 4 (Article IV Consultation) ล่าสุด IMF ระบุว่า แม้การดำเนินนโยบายการเงินควรขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ยังมีช่องว่างสำหรับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูง แม้มีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม นโยบายการคลังและการเงินเพียงอย่างเดียวอาจช่วยได้จำกัด หากไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
ด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.25% เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ในรอบ 14 เดือน และมีกำหนดประชุมอีกครั้งในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อพิจารณากำหนดนโยบายการเงิน
ทั้งนี้ ธปท.ระบุว่า ทางการไทยเห็นพ้องกับการประเมินของ IMF ในภาพรวม และยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย


