นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดและผลิตภัณฑ์นมค้างสตอก ผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ เสนอประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ขอให้ชะลอการนำเข้านมผงในปี 2569
2. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรับซื้อน้ำนมดิบส่วนที่เกินจาก MOU จำนวน 211 ตันต่อวัน ให้หมดก่อนการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ
3. เร่งกระจายผลิตภัณฑ์นมที่ค้างสต็อก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง และ
4. สนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซีย เพื่อทดแทนตลาดเดิมที่ชะลอตัว
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งเชื่อมโยงระบายผลิตภัณฑ์นม UHT ผ่านกลไกของกรมฯ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเครือข่ายร้านธงฟ้าทั่วประเทศ การเชื่อมโยงจำหน่ายร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ห้างท้องถิ่น ตลอดจนบูรณาการในกิจกรรมส่งเสริมการค้าต่างๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายแและเร่งดูดซับสต็อกนมสด
นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นนำ 4 แบรนด์ เปิดพื้นที่จำหน่ายและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์นมไทยในทำเลที่มีศักยภาพ พร้อมจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมอบผลิตภัณฑ์นมเป็นของสมนาคุณ เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศในด้านตลาดต่างประเทศ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ทั้งด้านกฎระเบียบ มาตรฐานสินค้า และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและรองรับปริมาณผลผลิตส่วนเกิน
อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนต้องควบคู่กับการปรับโครงสร้างในระยะยาว โดยขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบริหารจัดการแม่โคในฟาร์ม การคัดเลือกหรือหมุนเวียนแม่โคที่มีอายุมากและให้ผลผลิตลดลงออกจากระบบ เพื่อลดภาระต้นทุน และสร้างความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับความต้องการของตลาดอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์น้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นมอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลมาตรการเป็นระยะ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง


