นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดินประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะเท่านั้น ซึ่งหากย้อนกลับไปก็จะพบว่า บัตรเลือก สว.ก็มีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่ 2 คือจำนวนบัตรไม่เท่ากัน โดยพบว่าบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร และเมื่อ
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลนิรนามส่งหนังสือร้องเรียนมาถึงตน ว่า กกต. โดยนายแสวง บุญมี เป็นคนออกกฎระเบียบทุกอย่างเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารแนะนำตัว สส. เกี่ยวกับการจัดพิมพ์เอกสารลงประชามติ เขาบอกว่าส่อว่าจะเป็นการฮั้วประมูล หมายความว่าล็อกเป้าเอาไว้แล้วว่าจะให้ใครเป็นคนจัดพิมพ์ ซึ่งมีเอกสารทุกอย่าง เมื่อพูดถึงตรงนี้ตนก็สงสัยว่าข้าวแกงที่ประชาชนเลี้ยงนั้นไม่อิ่มท้องหรือ มีเงินเดือนเป็นแสน มีรถประจำตำแหน่ง มีคนขับให้นั่ง ถ้าไม่พอใช้ก็ใช้ประหยัดๆ บาทเดียวก็เอา สลึงเดียวก็เอา ดังนั้นนี่จึงเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นัดแรก คือได้ส่วนต่าง เอาคนของตัวเองไปทำหรือไม่ ส่วนที่ 2 อยากพิมพ์เท่าไรก็ได้ ควบคุมได้หมด ประเทศไทยมาถึงจุดนี้แล้ว ดังนั้นถึงวันนี้การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยการเป็นโมฆะ
เมื่อถามถึงเอกสารของผู้ร้องที่ส่งมาเกี่ยวกับเรื่องของการจัดพิมพ์ของ กกต. นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นหนังสือเอกสารแนะนำตัว เอกสารมีกว่า 9 ฉบับ ระบุหมดว่าเขียนว่าอย่างไร นายแสวง ตอบกลับไปว่าอย่างไร เป็นไปได้อย่างไรในขณะที่งบประมาณของ กกต. ยังไม่ออก มีหรือไม่คนที่ใจดีเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่โรงพิมพ์ของตัวเองหรือพรรคพวกของตัวเอง หรือมีการคุยกันก่อนล่วงหน้า เรื่องนี้เห็นว่าไม่ถูกระเบียบที่ให้มีการจัดพิมพ์ก่อน โดยที่งบยังไม่ออก ที่สำคัญคือไม่มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
นายภัทรพงศ์ ย้ำว่า อย่างไรเสียการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ ไล่รายจังหวัด เอากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน หมู่บ้านแก๊ง 4 โฟร์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. บรรดา ส. อบต. อสม. ไล่มาจนถึงนายอำเภอ จะต้องติดคุก ส่วนในส่วนกลางตนจะรวบรวมคนไทยร่วมลงรายชื่อ ซึ่งตนจะจัดการฟ้องเองเลย กกต.ทั้ง 7 รวมทั้งนายแสวง บุญมี
ส่วนกรณีที่ กกต.ชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยและติดตามว่าเป็นบัตรของหน่วยไหนนั้น นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า "ถามคำเดียว ใครเป็นคนการู้หรือไม่ ถ้าไม่รู้ก็จบ ตนไม่ติดใจ แต่ถ้ารู้ก็ต้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะง่ายๆ เลย"
นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใน 15 วัน หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการ ตนจะไปยื่นโดยตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าประเด็นนี้ศาลต้องรับ และตนจะต้องได้เบิกความ อธิบายขยายความด้วยตัวเองได้แน่นอนสำหรับคดีนี้ และตนจะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้จงได้


