xs
xsm
sm
md
lg

นักวิชาการอิสระวิเคราะห์ทำไมพรรคส้มกวาดที่นั่งเกือบทุกเขตใน กทม.?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




เอ็ดดี้-อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า.ทำไมพรรคส้มกวาดที่นั่งเกือบจะทุกเขตในกรุงเทพ?

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

คำตอบคือ…
กรุงเทพฯ คือพื้นที่ "ขบถ"
ที่ถูกครอบงำด้วยชุดความคิดอย่างเบ็ดเสร็จ

การที่พรรคส้มยังชนะขาดใน กทม. แสดงว่าแบรนด์ของพรรคที่ขายเรื่อง "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" ยังคงทำงานได้ดี

ผลการเลือกตั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกของชุดข้อมูลที่ได้รับ

คนกรุงเทพฯ รับข่าวสารผ่าน Social Media และเครือข่ายออนไลน์ที่ Algorithm มักป้อนข้อมูลที่เน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม และการตรวจสอบอำนาจรัฐ (ซึ่งเข้าทางพรรคส้ม)

คนต่างจังหวัด อาจได้รับข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน หัวคะแนน หรือสื่อที่เน้นเรื่องผลงานการพัฒนาท้องถิ่นที่จับต้องได้ ทำให้พวกเขามองว่าพรรคส้ม "ไม่มีผลงาน" หรือ "สร้างความวุ่นวาย" ในขณะที่คน กทม. มองว่าเป็น "ความหวัง"

คำถามสำคัญคือ ทั้งๆ ที่เห็นได้ชัดว่าพรรคส้มด้อยค่าและเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ ทหารและศาล

แม้จะเกิดสงครามชายแดนไทย-เขมร และทหารได้แสดงผลงานและการเสียสละ แต่ทำไมไม่สามารถทำให้คนกรุงเทพฯตาสว่างจากพรรคส้มได้?

คำตอบคือ ความย้อนแย้งของความชอบธรรม

1. นิยามคำว่า "ชาติ" ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ฝ่ายอนุรักษ์นิยม มองว่า ชาติ = สถาบันหลัก (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) การด้อยค่าสถาบันฯ คือการทำลายความมั่นคงของชาติ

ฝ่ายก้าวหน้า (ฐานเสียงพรรคส้มใน กทม.) มองว่า ชาติ = ประชาชน/ผู้เสียภาษี สำหรับพวกเขา สถาบันหลักคือ "โครงสร้างอำนาจเก่า" ที่กดทับความเจริญ

ดังนั้น ยิ่งพรรคส้มถูกมองว่า "เซาะกร่อนบ่อนทำลาย" โครงสร้างเดิมมากเท่าไหร่ ในสายตาคนกลุ่มนี้กลับมองว่าคือการ "ปฏิรูป" หรือการ "รื้อถอนสิ่งล้าหลัง"

2. ความไม่ไว้วางใจทหารแบบฝังรากลึก

แม้ทหารจะรบเก่งที่ชายแดนเขมร แต่คนกรุงเทพฯ ที่ถูกครอบงำด้วยชุดความคิดอย่างเบ็ดเสร็จ แยกแยะบทบาททหารไม่ออก หรือเลือกที่จะไม่แยกแยะ

คนกรุงเทพฯ (ที่นิยมพรรคส้ม) มองทหารผ่านแว่นตาของการเมือง (การรัฐประหาร, การสืบทอดอำนาจ) มากกว่าบทบาทรั้วของชาติ

เมื่อเกิดสงคราม แทนที่จะมองว่าทหารเป็นฮีโร่ คนกลุ่มนี้อาจตั้งคำถามกลับว่า "รัฐบาลล้มเหลวทางการทูตหรือไม่จึงเกิดสงคราม?" หรือมองว่าเป็น "IO สร้างสถานการณ์เพื่อรักษาอำนาจ" หรือไม่?

ซึ่งผมเห็นว่า ทัศนคติหรือแนวคิดของคนกรุงเทพฯ ที่นิยมพรรคส้ม เกิดจากการป้อนข้อมูลจากแนวร่วม เช่น NGO ที่มีประเทศมหาอำนาจอยู่เบื้องหลังสนับสนุนทั้งเงินทุนและเครื่องมืออื่นๆ

สามารถอธิบายผ่านกระบวนการทางยุทธศาสตร์ 3 ขั้นตอนที่ "เจาะจงเป้าหมายที่คนเมือง" ดังนี้

1. การสร้าง "ชุดความจริง" ใหม่

มหาอำนาจและเครือข่ายใช้กลไกผ่านสื่อและ NGO โดยเน้นย้ำค่านิยมตะวันตก เช่น เสรีภาพสุดโต่ง หรือความเท่าเทียมแบบไร้รากวัฒนธรรมเดิม

ผลลัพธ์คือ ทำให้คนกรุงเทพฯ (ซึ่งเสพสื่อเหล่านี้มากที่สุด) รู้สึกว่า "สถาบันดั้งเดิม = ล้าหลัง/ถ่วงความเจริญ" และ "พรรคส้ม = ความทันสมัย/ความเป็นสากล" ใครที่ไม่อยากตกยุคหรืออยากดูเป็นคนรุ่นใหม่ จึงต้องเลือกทางนี้โดยอัตโนมัติ

2. ยุทธศาสตร์ "ป่าล้อมเมือง" ทางวัฒนธรรม

ในอดีต พรรคคอมมิวนิสต์ใช้ป่าล้อมเมือง แต่ในยุคดิจิทัล กลุ่มอำนาจเหล่านี้ใช้ "สื่อล้อมสมอง"

เป้าหมายคือ เจาะจงไปที่กลุ่มปัญญาชน นิสิตนักศึกษา และคนทำงานในเมือง เพราะเป็นกลุ่มที่มีเสียงดังในสังคม

เครื่องมือคือ การสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมของ NGO ทำให้ "ผู้นำทางความคิด" ในกรุงเทพฯ รับเอาชุดความคิดนี้มา และกระจายต่อให้ฐานเสียงพรรคส้ม โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเป็นส่วนหนึ่งของหมากกระดานนี้

3. การทำลาย "ภูมิคุ้มกัน" ของชาติ

สถาบันหลัก (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทหาร) เปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันที่ทำให้รัฐไทยมีความเป็นปึกแผ่น

วิธีการคือ การป้อนข้อมูลด้านลบซ้ำๆ ผ่านโซเชียลมีเดียและอัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาให้เห็นแต่ข้อมูลด้านเดียว (Echo Chamber) จะค่อยๆ "เซาะกร่อน" ความศรัทธา

สรุป

ชัยชนะของพรรคส้มในกรุงเทพฯ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความนิยมทางการเมืองปกติ แต่เป็นผลสัมฤทธิ์ของ "ปฏิบัติการข่าวสาร" (IO) ระยะยาว ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ (ที่นิยมพรรคส้ม) มองเห็น "ศัตรูของชาติ" (ในมุมมองความมั่นคง) กลายเป็น "ฮีโร่"

กรุงเทพฯ คือพื้นที่ "ขบถ"
ที่ถูกครอบงำด้วยชุดความคิดอย่างเบ็ดเสร็จ