สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข่าวเลขที่ 148/2569 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ. 69 กรณีมีการลงคะแนน หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถทักท้วงได้ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย
ตามที่ ปรากฏข่าวว่าในการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปิดการลงคะแนนเวลา 17.00 น. เมื่อมีการนับคะแนนเลือกตั้งดังกล่าว จะไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้ หรือถ้ามีการทักท้วงให้ประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) บันทึกชื่อ-สกุลผู้ทักท้วง รวมถึงเหตุการณ์ในการทักท้วง หากเกิดกรณีนับคะแนนผิด ประชาชนไม่สามารถทักท้วงการนับคะแนน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ นั้น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเรียนชี้แจงระหว่างการลงคะแนน หรือการนับคะแนน โดยผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส./ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เห็นว่าไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ เพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย หรือสอบถามข้อเท็จจริง จากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หรือคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) ดังนี้
1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 122 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติม
“ในกรณีที่ผลการนับคะแนนปรากฎว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง หากยังไม่ตรงกันอีกให้รายงานความไม่ถูกต้องตรงกันพร้อมเหตุผลต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พร้อมทั้งแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทราบ และนำส่งหีบบัตรและอุปกรณ์แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งมอบหมาย เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น เว้นแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีความเห็นว่าความไม่ถูกต้องตรงกันนั้นมิใช่เกิดจากการทุจริตและไม่ทำให้ผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปลี่ยนแปลงไป จะสั่งให้ยุติก็ได้”
สรุปดังนี้
- เมื่อนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือแบบบัญชีรายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว หากเกิดกรณีที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง หรือผลคะแนนไม่ถูกต้อง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องว่าเกิดจากเหตุใด โดยไม่สามารถนำบัตรเลือกตั้งมานับคะแนนใหม่ได้
- ให้ กปน. ตรวจสอบนับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครหรือลงคะแนนให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง รวมกับจำนวนบัตร ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดหรือไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด และจำนวนบัตรเสียว่าตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งหรือจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป หรือตรวจสอบจำนวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นบัตรดีว่าคะแนนถูกต้องหรือไม่
- ถ้าผลการนับคะแนนยังไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้ กปน. ดำเนินการรายงานพร้อมเหตุผลต่อ กกต. และบันทึกไว้ในรายงานเหตุการณ์ประจำที่เลือกตั้ง แบบ ส.ส.5/6 (เพื่อเป็นหลักฐาน)
- ในระหว่างการลงคะแนน หรือการนับคะแนน ถ้ามีผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งไม่ถูกต้อง มีการขานคะแนนผิด (ไม่ได้ดำเนินการแก้ไข ให้เป็นตามกฎหมาย หรือระเบียบที่กำหนดไว้) ให้ทำการทักท้วงการลงคะแนนหรือการนับคะแนน ตามแบบ ส.ส.5/10 ต่อ กปน. ให้ กปน. ตรวจสอบคำทักท้วงและวินิจฉัยชี้ขาด โดยบันทึกคำทักท้วงและคำวินิจฉัยลงในรายงานเหตุการณ์ประจำที่เลือกตั้ง ตามแบบ ส.ส.5/6 เพราะผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการร้องเรียนให้มีการลงคะแนน หรือการนับคะแนนใหม่ได้ จึงต้องมีการบันทึกรายละเอียดชื่อสกุลของผู้ทักท้วง ประเด็นการทักท้วง และการวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.
2. การออกเสียงประชามติ ตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และแก้ไขเพิ่มเติม
“ในกรณีที่ผลการนับคะแนนออกเสียงปรากฎว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงที่ใช้ลงคะแนนออกเสียง หรือไม่ตรงกับคะแนนออกเสียงที่นับได้ ให้คณะกรรมการประจำหน่วย ดำเนินการตรวจสอบ ถ้าผลการตรวจสอบยังไม่ตรงกันหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้รายงานคณะกรรมการประจำเขต พร้อมเหตุผล และนำส่งหีบบัตรออกเสียงพร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกเสียงแก่คณะกรรมการประจำเขต หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการประจำเขตมอบหมาย
เมื่อคณะกรรมการประจำเขตได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้รายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนออกเสียงใหม่ หรือสั่งให้มีการออกเสียงใหม่ ในหน่วยออกเสียงนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าจำนวนผู้มาแสดงตนของหน่วยออกเสียงนั้นไม่เปลี่ยนแปลงผลการออกเสียง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะไม่สั่งให้มีการนับคะแนนออกเสียงใหม่ หรือไม่สั่งให้มีการออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้นก็ได้” สรุปดังนี้
- เมื่อนับคะแนนออกเสียงประชามติเสร็จสิ้นแล้ว หากเกิดจำนวนบัตรออกเสียงที่เป็นบัตรดี รวมกับจำนวนบัตรออกเสียงที่เป็นบัตรเสีย ไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิออกเสียง ไม่สามารถนำบัตรออกเสียงประชามติมานับคะแนนใหม่ได้
- ให้คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) ดำเนินการตรวจสอบ ถ้าผลการนับบัตรออกเสียงที่ใช้ในการลงคะแนนยังไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิออกเสียง ให้ กปส.ตรวจสอบว่าเกิดจากเหตุใด โดยระบุเหตุผลที่จำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงที่ใช้ ในการลงคะแนนออกเสียงลงในแบบรายงานผลการนับคะแนนออกเสียงประชามติ (อ.ส.4/7)
- กปส. ดำเนินการรายงานพร้อมเหตุผลต่อ กกต.เขต เพื่อรายงานต่อ กกต. พิจารณาสั่งให้นับคะแนนออกเสียงใหม่ หรือออกเสียงใหม่
- ระบุเหตุผลที่จำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงที่ใช้ในการลงคะแนนออกเสียงลงในแบบรายงานผลการนับคะแนนออกเสียงประชามติ (อ.ส.4/7)
- บันทึกไว้ในรายงานเหตุการณ์ประจำที่ออกเสียงประชามติ แบบ อ.ส.4/2 (เพื่อเป็นหลักฐาน)
- ในระหว่างการลงคะแนน หรือการนับคะแนนออกเสียงประชามติ ถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าการลงคะแนนหรือการนับคะแนนออกเสียงประชามติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือระเบียบที่กำหนดไว้ ให้ทำการทักท้วงตามแบบ อ.ส.4/7 ต่อ กปส. ให้ กปส. ตรวจสอบคำทักท้วงและวินิจฉัยชี้ขาด โดยบันทึกคำทักท้วงและคำวินิจฉัยลงในรายงานเหตุการณ์ประจำที่ออกเสียงประชามติ (อ.ส.4/2) เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการร้องเรียน ให้มีการลงคะแนน หรือการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ได้ จึงต้องมีการบันทึกรายละเอียดชื่อสกุลของผู้ทักท้วง ประเด็นการทักท้วง และการวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444


