นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เหตุผลที่ไม่เลือกพรรคส้ม
การปราศรัยครั้งสุดท้าย ผมเปิดปฏิบัติการ “สั่งสอน” พรรคส้มในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความจริงใจ
ด้วยเหตุผล 5 ประการ ที่ทำให้ผมไม่เลือกพรรคส้ม
1. คะแนน 14 ล้านเสียง ที่คนมอบให้พรรค ส้ม แต่นำไปโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ จนทำให้พรรคน้ำเงินเติบใหญ่เป็นคู่แข่งขัน ถือเป็นการทรยศคะแนนเสียงของประชาชน และเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และได้สอนให้พรรคส้มได้เห็นเองว่า ประสบการณ์ทางการเมืองสำคัญและจำเป็นแค่ไหน
2. การหาเสียงด้วย ม.112 เป็นจุดเริ่มต้น และจุดจบที่ทำให้ไม่ได้เป็นรัฐบาล แม้จะมีท่าทีถอยห่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ไม่ได้เป็นด้วยความจริงใจ มีวาระแอบแฝงเพื่อคะแนนเสียง
ประเด็นนี้ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทั้งที่มีอีกหลายเรื่องที่พรรคส้มสามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงผาสุกให้ประชาชนโดยส่วนรวมอีกมาก แต่กลับไปปลุกระดมเยาวชน กลุ่มเคลื่อนไหว จนส่งผลเสียอย่างยิ่งดั่งที่เห็น
3. ความพยายามปฏิรูประบบราชการ ทหาร กลุ่มทุน ที่รวดเร็วเกินไป ด้วยวิธีการที่ไร้ทิศทาง มุ่งเน้นแต่คะแนนเสียง ใจร้อนวู่วามตามประสาคนหนุ่มสาวที่ไร้ประสบการณ์
การปรับปรุงพัฒนาต้องใช้เวลา แต่ความดื้อรั้นไม่ฟังใคร เป็นภาพสะท้อนถึงความโดดเดี่ยว และการสร้างความขัดแย้งภายในสังคม
4. การมองอนาคตที่ผิดพลาด ชัดเจนว่าพรรคส้มประเมินอนาคตผิดพลาดเสมอ เอาแต่เรื่องเฉพาะหน้าตามกระแส จนไม่ระมัดระวังตัว
เช่นการพูดว่า “ทหารมีไว้ทำไม? รบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะชนะ“
ในขณะนั้น ทำให้ได้คะแนนจริง แต่เพียงเวลาแค่ 2 ปี ผลลัพธ์กลับมาเป็นอีกด้าน มีสงครามชายแดนปะทุขึ้น
และคำพูดที่เคย ”ด้อยค่า“ กองทัพ มันบาดลึกจนเกินกว่าจะยอมรับแค่คำขอโทษแบบผ่านๆ
5. การตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินจริง การเติบโตของพรรคส้มไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่สิ่งนี้มาเร็วเกินไปจนเกิดความมั่นใจแบบผิดๆ
ทำให้พรรคส้มไม่ฟังใคร และไม่ยอมรับความจริง
เมื่อมีการท้วงติงจึงไม่เชื่อ และมีแนวโน้มที่จะตอบโต้เพื่อเอาชนะเท่านั้น
สโลแกนหลักของพรรค ”มีเราไม่มีเทา“ เป็นบทพิสูจน์ถึงความผิดพลาด และการไม่ยอมรับ
ซ้ำยังใช้วิธีการเหมือนเด็ก ที่โยนว่า ”พรรคอื่นก็มี“
รวมทั้งเรื่อง ”ประกันสังคม“ ที่เป็นบทพิสูจน์ว่า พรรคส้มมีความพยายามใช้วิธีการหาเสียงแบบเอาประโยชน์เข้าตัวเอง
ไม่พูดความจริงทั้งหมด เพราะวงเงินประกันสังคมมีมหาศาล และมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น
มีการเสนอชื่อ ”ธนาธร“ สอดไส้เป็น “อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด“ ด้วยการสนับสนุนของทีมส้มในบอร์ดประกันสังคม
วิธีการทำการเมืองของพรรคส้มจึงมีความอันตราย เสมือนคนหนุ่มสาวที่อ่อนต่อโลก แต่มีความมุ่งมั่นจะเปลี่ยนโลก
เต็มไปด้วยความฝัน แต่ฝืนความจริงไม่ได้
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์ และอุดมการณ์ที่มั่นคง
ความผิดพลาดย่อมเป็นครู และวันเวลาของพรรคส้มยังมีอีกมาก
แต่พรรคส้มกลับมองข้ามความผิดพลาดของตัวเอง ผลักคนเห็นต่างออกไปเป็นฝั่งตรงข้าม
และจำกัดเวลาตัวเองว่า ”ต้องให้พวกเราทำตอนนี้เท่านั้น“
ผมจึงเตือนด้วยความปรารถนาดีในครั้งนี้
อย่าพยายามชี้นำประเทศด้วยการแบ่งแยกประชาชนด้วยการเมือง เพราะจะยิ่งทำความแตกแยกให้มากขึ้น
ผลลัพธ์จะออกมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยผมเชื่อว่า พรรคส้มจะมีคะแนน “น้อยกว่า“ ครั้งที่แล้ว
เพราะผลจากการใช้ ”ไฟจุดกระแสที่เกินจริง”
วันนี้พรรคส้มพูดถูกหมด แต่วันหนึ่งคนในประเทศนี้จะได้ตรึกตรองสิ่งที่ผมสั่งสอนด้วยความหวังดี เหมือนคนรุ่นหนึ่งสอนคนอีกรุ่นหนึ่งให้เข้าใจ
แต่หากไม่เชื่อ ให้ดูผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า คะแนนของพรรคส้มจะลดลงไหม
เพราะเป็นวันที่ประชาชนจะแสดงออกถึงพรรคการเมืองอย่างจริงใจที่สุด
ด้วยคะแนนเสียงที่กาให้นักการเมืองได้เพียงครั้งเดียวในวันเลือกตั้ง


