นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้หารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) เพื่อกำหนดแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการจัดทำ แผนวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2570–2575 ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยมุ่งยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจการค้าโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และการเกิดขึ้นของมาตรฐานการค้ารูปแบบใหม่ ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องมีระบบมองอนาคตและการบริหารความเสี่ยงที่ใช้งานได้จริง สศก. จึงออกแบบแผนวิจัยฯ ในรูปแบบ ชุดแผนงานวิจัย (พอร์ตงานวิจัย) และ ชุดแผนงานวิเคราะห์ (พอร์ตงานวิเคราะห์) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับการกำหนดนโยบายอย่างทันท่วงที
สำหรับชุดแผนงานวิจัย R1–R15 มุ่งสร้างฐานแบบจำลองและหลักฐานเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผลผลิตและราคา การวิเคราะห์ผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และมาตรฐานการค้า การตรวจสอบความบิดเบือนในห่วงโซ่อุปทานและตลาดปัจจัยการผลิต ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเศรษฐศาสตร์ของนโยบายรัฐ เพื่อสร้างรายได้และเสถียรภาพให้เกษตรกร
นอกจากนี้ แผนวิจัยฯ ยังให้ความสำคัญกับการปรับระบบการผลิตสู่สินค้ามูลค่าสูง การประเมินความคุ้มค่าเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การออกแบบระบบประกันภัย การคาดการณ์การบริโภคอาหาร การตรวจสอบคาร์บอนและมาตรฐานการค้า การวิเคราะห์หนี้ครัวเรือนเกษตรกร การจัดกลุ่มสินค้าเพื่อกำหนดทิศทางการผลิตว่าจะไปต่อหรือปรับเปลี่ยน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจชีวมวล วัสดุชีวภาพ และพลังงานชีวภาพ การยกระดับทักษะแรงงาน และการกำหนดกรอบเขตเศรษฐกิจเกษตรพิเศษ
ขณะที่ชุดแผนงานวิเคราะห์ A1–A12 จะทำหน้าที่เป็นระบบเรดาร์นโยบาย แปลงงานวิจัยให้เป็นรายงานที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ประกอบด้วยการจัดทำแดชบอร์ดความเสี่ยงภาคเกษตรและการติดตามราคาสินค้า การรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรรายไตรมาสและรายปี การวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่ การจัดทำรายงานด่วนเมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบฉับพลัน ตลอดจนการทบทวนโครงสร้างงบประมาณเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และการติดตามภาวะการเงินครัวเรือนเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองหน่วยงานเห็นพ้องในการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริงผ่านรูปแบบ วิจัยเชิงพื้นที่ (Sandbox) โดย สศก. จะทำหน้าที่กำหนดโจทย์เชิงเศรษฐศาสตร์และวางแผนเชิงนโยบาย ขณะที่ สวก. จะสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเร่งพัฒนาระบบการผลิต การตลาด และมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก พร้อมจัดระบบติดตามผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากความร่วมมือดังกล่าว คาดว่าจะช่วยยกระดับการกำหนดนโยบายภาคเกษตรไทย เพิ่มผลิตภาพ และเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนในระยะยาว


