เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำทัพภูมิใจไทย ปราศรัยใหญ่ที่ลานสี่แยกสะพานดำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.สงขลา ภูมิใจไทย ทั้ง 9 เขต หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงและทีมเศรษฐกิจพรรคฯ นายชรัส รัชกิจประการ และนายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมด้วย
นายเอกนิติ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่ง ว่า ตนพูดไม่เก่ง แต่จริงใจเหมือนกับคนใต้ ตนพูดแล้วทำ โครงการต่างๆ ที่บอกว่าจะทำ เราทำหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะ "คนละครึ่งพลัส"
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า วันที่ตนออกจากราชการ แม้อายุราชการเหลือ 6 ปี แต่นายอนุทิน ให้โอกาสมาฟื้นเศรษฐกิจไทย ตนจึงลาออกจากราชการ เพราะมองว่าประเทศไทยเหมือนรถยนต์ติดหล่ม ฉะนั้นเราจึงต้องยกรถยนต์ออกจากหล่มให้ได้ จึงมีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งสงขลาถือว่าเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ของภาคใต้ มีคนสงขลาลงทะเบียนกว่า 5 แสนคน ทำให้เงินสะพัดกว่า 2,500 ล้านบาท ทำให้จากที่ลาออกราชการมาตนไม่เคยเสียใจเลย เพราะเห็นว่าทุกคนยิ้มแย้ม มีความสุข ช่วยลดภาระออกไปครึ่งหนึ่ง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายของดีขึ้น และจากการดูข้อมูลชี้ชัดแล้วว่า เราทำให้เศรษฐกิจไทยพ้นออกจากหล่มได้ รอบนี้ถ้าหากให้เวลาอีก 4 ปี ตนมั่นใจว่าจะทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีบอกให้เตรียมงบประมาณให้เต็มที่ ซึ่งตนตรวจเช็กทุกวัน พบว่าได้เยียวยาน้ำท่วมออกไปแล้ว 6 แสนครัวเรือน จ่ายเงินไปแล้ว 18,000 ล้านบาท ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดยังเหลือกลุ่มตกหล่น นายกฯ จึงสั่งในที่ประชุมว่าให้ทำเรื่องไปยัง กกต. ว่าเรื่องการเยียวยาเป็นเรื่องของชีวิตคน ไม่ใช่เรื่องการหาเสียง เพราะเราเตรียมเยียวยาไว้แล้ว นอกจากนี้ เราเตรียมโครงการอื่นๆ ไว้ ที่จะทำให้ชีวิตคนสงขลาดีขึ้น คือสะพานเชื่อมสงขลาไปพัทลุง ซึ่งจะทำให้การส่งออก ค้าขายเกษตรดีขึ้น ซึ่งตนได้ติดต่อธนาคารโลกพร้อมแล้ว
ขณะที่ปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมธนาคารโลก ตนจะนำโปรเจกต์ต่างๆ มาให้คนไทยและภาคใต้ ฉะนั้นขอโอกาสพรรคภูมิใจไทย ที่ทำมา 73 วันดีขึ้น และถ้าเลือกเบอร์ 37 ประเทศไทยจะดีขึ้นแน่นอน


