จากกรณีบนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปการปล่อยน้ำเสียลงทะเล บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งริมชายหาดจอมเทียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนทำให้น้ำทะเลบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีดำ
ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณชายหาดจอมเทียน พบว่าเป็นพื้นที่โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ซึ่งผู้รับจ้างอยู่ระหว่างดำเนินการวางท่อระบายน้ำและล้างท่อภายในบ่อพักน้ำฝน เพื่อรองรับปริมาณน้ำในช่วงฝนตกหนัก
นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินงานในช่วงสุดท้ายของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานให้เมืองพัทยาภายในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยระหว่างการล้างบ่อพักน้ำฝนที่ก่อสร้างมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ผู้รับจ้างได้สูบตะกอนและสิ่งสกปรกออกมาพักไว้บริเวณชายหาด
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นการจัดการที่ไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ตะกอนและของเสียบางส่วนไหลลงสู่ทะเลจอมเทียน ทำให้น้ำทะเลบริเวณดังกล่าว มีลักษณะขุ่นดำ สร้างความกังวลแก่ประชาชนและกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยา สั่งการให้ผู้รับจ้างนำตะกอนและน้ำเสียที่สูบออกมากลับขึ้นจากชายหาด เพื่อนำไปบำบัดอย่างถูกต้อง และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับจ้างในข้อหาปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล เนื่องจากเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนขั้นตอนและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ล่าสุด เช้าวันนี้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทีมนักวิทยาศาสตร์เมืองพัทยา เก็บตัวอย่างน้ำทะเลไปตรวจสอบคุณภาพ นายกเมืองพัทยา ระบุว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ซึ่งมีการก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำและบ่อพักน้ำฝน เพื่อรองรับปัญหาน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ยืนยัน บ่อดังกล่าวเป็นบ่อรับน้ำฝน ไม่ใช่บ่อรองรับน้ำเสีย แต่ระหว่างการก่อสร้างมีตะกอนและน้ำเสียสะสมอยู่ในระบบ จึงต้องมีการล้างบ่อก่อนส่งมอบงาน โดยเมืองพัทยาได้สั่งให้ผู้รับเหมาสูบน้ำเสียทั้งหมดส่งเข้าสู่ระบบบำบัดโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้รับเหมาได้ดำเนินการผิดจากคำสั่ง โดยไปขุดบ่อทรายเพิ่มเติมแล้วนำน้ำเสียไปพักไว้ให้ตกตะกอน ก่อนสูบน้ำบางส่วนปล่อยลงทะเล ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้น้ำทะเลบริเวณชายหาดจอมเทียนเปลี่ยนสีและเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเมืองพัทยา จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้รับเหมาแล้ว


