xs
xsm
sm
md
lg

การค้าผ่านแดนปี 68 บวก 24.4% ทำสถิติสูงสุด แตะ 1.04 ล้านล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,937,629 ล้านบาท ขยายตัว 6.7% จากปี 2567 โดยแยก เป็นการส่งออก 1,063,104 ล้านบาท บวก 1.4% และการนำเข้า 874,525 ล้านบาท บวก 14 % โดยไทยได้ดุลการค้า 188,579 ล้านบาท

สำหรับการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 894,193 ล้านบาท ลบ 8.5% แยกเป็นการส่งออก 522,007 ล้านบาท ลบ 13.3% การนำเข้า 372,186 ล้านบาท ลบ 0.7% และไทยได้ดุลการค้ารวม 149,822 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซีย มีมูลค่าสูงสุด 315,095 ล้านบาท บวก 2.8%

รองลงมา คือ ลาว 293,399 ล้านบาท บวก 2.4% เมียนมา 193,663 ล้านบาท ลบ 7.4% และกัมพูชา 92,037 ล้านบาท ลบ 47.3% สินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 36,155 ล้านบาท ลบ 11.9% น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 15,932 ล้านบาท ลบ 18.6% และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่นๆ เช่น นมผงสำหรับเด็ก กากถั่วเหลือง บุหรี่) 13,750 ล้านบาท ลบ 4.6%

ขณะที่สินค้านำเข้าชายแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า 78,829 ล้านบาท บวก 4.7% ก๊าซธรรมชาติ 51,771 ล้านบาท ลบ 20.6% และผักและของปรุงแต่งจากผัก (เช่น มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) 22,991 ล้านบาท ลบ 2.4% สำหรับด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 248,890 ล้านบาท บวก 3.9% รองลงมาได้แก่ ด่านศุลกากรหนองคาย 98,952 ล้านบาท บวก 8.2% และด่านศุลกากรแม่สอด 78,284 ล้านบาท บวก 3 %)

ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1,043,436 ล้านบาท บวก 24.4% เป็นการส่งออก 541,097 ล้านบาท บวก 21.2% การนำเข้า 502,339 ล้านบาท บวก 28.0% และไทยได้ดุลการค้า รวม 38,757 ล้านบาท โดยการค้าผ่านแดนไปจีน มีมูลค่าสูงสุด 608,165 ล้านบาท บวก 26.7% รองลงมาคือ สิงคโปร์ และเวียดนาม มีมูลค่า 151,988 ล้านบาท บวก 37.7% และ 88,480 ล้านบาท บวก 22.8% ตามลำดับ ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญปี 2568 ได้แก่ ทุเรียนสด 109,974 ล้านบาท บวก 11.4% ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ 103,572 ล้านบาท บวก 18.3% และยางแท่ง TSNR 33,926 ล้านบาท ลบ 13.9%

ขณะที่สินค้านำเข้าผ่านแดนสำคัญในปี 2568 ได้แก่ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 60,759 ล้านบาท บวก 29.0% เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 39,870 ล้านบาท บวก 2.8% และเครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข และโทรทัศน์ 35,972 ล้านบาท บวก 19.2% สำหรับด่านศุลกากรที่มีมูลค่าการค้าผ่านแดนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ด่านศุลกากรมุกดาหาร 418,605 ล้านบาท บวก 38.5% รองลงมาได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา 233,412 ล้านบาท บวก 9.8% และ ด่านศุลกากรนครพนม 128,916 ล้านบาท บวก 27.6%

นางอารดา กล่าวว่า ปี 2568 การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย – กัมพูชา ทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดนและการค้าหดตัวอย่างมาก รวมถึงด้านเมียนมาจากความไม่สงบในประเทศและการออกมาตรการเข้มงวดควบคุมการนำเข้าสินค้าจากชายแดนไทยเข้าเมียนมา ทำให้การค้าชายแดนชะลอตัวตลอดช่วงครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม การค้าผ่านแดนในปีนี้ขยายตัวสูงมากถึง 24.4% มีมูลค่ารวมกว่า 1.04 ล้านล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนโดยรวมยังขยายตัวได้ดี 6.7% มูลค่าการค้ารวมมากกว่า 1.93 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ปี 2569 คาดว่าการค้าผ่านแดนจะยังคงเป็นกำลังสำคัญและขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกยังคงเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในไทย ในขณะที่การค้าชายแดนสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชายังคงเปราะบางและมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุปะทะกันได้อีก ซึ่งคาดว่าการเปิดด่านคงยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกันด้านเมียนมาที่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อย และมาตรการทางการค้าของเมียนมาที่ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด – เมียวดี) มาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568

นางอารดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าต่างประเทศมีแผนการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงราย นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และเสริมสร้างโอกาสทางการค้าทดแทนด้านกัมพูชา โดยประสานงานกับภาคเอกชนและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า การเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ กรม มุ่งเน้นเชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการค้าด้านกัมพูชาเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวนสูงสุด 50% ของจำนวนบูธทั้งหมดในแต่ละครั้งของการจัดงานฯ