กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์เลือกตั้ง - ออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร พร้อมเปิดตัว "ห้องติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร" และเทคโนโลยีที่ใช้ในการเกาะติดการเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม และการประสานกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลทั่วโลก การจัดเตรียมการลงคะแนน และจัดส่งบัตรเลือกตั้ง และลงประชามติ มาตรการด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในสถานกงสุลประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเทคโนโลยีติดตาม ตรวจสอบ รายงานผลการขนส่งบัตรเลือกตั้ง
นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า ศูนย์ติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กระทรวงมหาดไทย และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั่วโลก 95 แห่ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติจากต่างประเทศ และใช้ในการสื่อสารข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งขั้นตอนในการทำงานของศูนย์ติดตามการเลือกตั้งเบื้องต้นจะเริ่มตั้งแต่การรับบัตรจาก กกต. จัดส่งไปต่างประเทศ รวมทั้งการรายงานผลต่างๆ เมื่อสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าฯ ปลายทาง ได้รับเอกสารอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ก็ต้องรายงานเข้ามาในระบบ นอกเหนือจากที่รายงานตามแบบฟอร์มของทางราชการ และขั้นตอนสุดท้ายซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญคือการรับบัตรจากต่างประเทศ เพื่อคัดแยกและส่งไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขต
หลังจากนั้นได้มีการบรรยายขั้นตอนการทำงานของศูนย์ประสานงานเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรโดยใช้ระบบที่เรียกว่า Overseas Voting Monitiring System (OVMS) โดยนายวราโรจน์ เองสมบุญ หัวหน้าศูนย์ฯ กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เริ่มขึ้นในพ.ศ 2541 หลังรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทาง กกต. ก็ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดูแลจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งในทุกครั้งก็มีการนำบุคลากรในกรมการกงสุลมาร่วมการดำเนินภารกิจ แม้ว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร มาแล้ว 7 ครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งเราก็ให้ความสำคัญ มีการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการของสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าต่าง ๆ จะเป็นไปอย่างเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบและก็ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย
โดยระบบ OVMS ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 โดยขั้นตอนของระบบจะเริ่มตั้งแต่ที่มีการยุบสภา ระบบก็จะเริ่มติดตามขั้นตอนการทำงานทันที ว่าได้ผ่านขั้นตอนใดในการเตรียมจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแล้วบ้าง โดยระบบนี้จะสามารถมองเห็นเรียลไทม์ได้จากทุกสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าฯ ทุกแห่งทั่วโลกที่มีคนไทยอาศัยอยู่ เพื่อให้ทราบกระบวนการที่กำลังดำเนินการอยู่ไปพร้อมๆ กัน
และเมื่อผ่านขั้นตอนการเตรียมการแล้ว ก็จะเป็นการส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ รวมทั้งเอกสารอุปกรณ์ต่างๆ ไปยังปลายทางในแต่ละประเทศ เมื่อแต่ละแห่งได้รับบัตรและเอกสารต่างๆ แล้ว ก็จะรายงานเข้ามาในระบบ จากนั้นก็ดำเนินการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ และเมื่อแต่ละแห่งได้รับบัตรที่ลงคะแนนเลือกตั้งและลงเสียงประชามติแล้ว แห่งไหนที่ส่งบัตรเลือกตั้งกลับมาไทย ส่งมาจำนวนเท่าไหร่ ก็จะรายงานเข้าระบบ ซึ่งจากที่เห็นแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่เป็นจุดสีเขียว หมายถึงมีการส่งกลับมาที่ไทยเรียบร้อยแล้ว ส่วนจุดสีเทาที่เห็นเป็นส่วนน้อย คือส่วนที่ยังส่งกลับมาไม่ถึง และคาดว่าในวันนี้จะเป็นวันที่มีบัตรเลือกตั้งส่งกลับมาถึงไทยมากที่สุด คือ 15 แห่ง
อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งหลังส่งถึงไทย กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ดูแลตั้งแต่มาถึงสนามบิน นำมาคัดแยกที่ไปรษณีย์ไทย ก่อนส่งไปตามหน่วยเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ เพื่อให้มีความมั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งในต่างประเทศได้รับการส่งกลับมาที่ประเทศไทย และส่งไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขตได้ทันเวลา เพื่อนับคะแนนรวมกัน ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เวลา 17:00 น. ซึ่งกำหนดไว้แล้วว่าสถานทูต/สถานกงสุลแต่ละแห่ง จะต้องจัดสรรเวลาตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งหมด กลับถึงไทยภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และจะต้องไปถึงแต่ละเขตเลือกตั้ง ภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์
ในส่วนของบัตรลงประชามติ จะไม่ได้ส่งกลับมานับคะแนนที่ไทย ขณะนี้สถานทูตทุกสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่ง และสำนักงานการค้าฯ ได้ตั้งคณะกรรมการที่จะนับคะแนนตามจำนวนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เงื่อนไขกฎหมายกำหนด โดยแต่ละแห่งจะต้องเป็นการนับต่อเนื่องในคราวเดียว และจะต้องนับเสร็จภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง หลังเวลา 17.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ส่วนสาเหตุที่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรสามารถทำได้พร้อมกับการลงประชามตินั้น เป็นเพราะระเบียบของทาง กกต. ระบุไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทั้งในเรื่องของไทม์โซน ความพร้อมด้านจำนวนเจ้าหน้าที่ และ เนื่องจากผู้ใช้สิทธิต้องเดินทางไกลทำให้ประหยัดเวลาและลดความยากลำบากในการเดินทางมาใช้สิทธิ แต่แม้จะมีการเลือกตั้งและลงประชามติพร้อมกัน แต่การนับคะแนนก็จะแยกออกจากกัน เพื่อให้การนับคะแนนเป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
สำหรับปัญหาที่พบในระหว่างการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบการจ่าหน้าซองในบางประเทศ ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการจัดส่ง และปัญหาของคนไทยในฝรั่งเศสที่แจ้งว่า ไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง ทางกระทรวงการต่างประเทศได้พยายามดำเนินการติดตามอย่างเต็มที่ โดยการส่งเจ้าหน้าที่ไปยังปารีส เพื่อติดตามและจะกลับมาพร้อมกับบัตรเลือกตั้งที่จะนำส่งกลับมาไทย รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่พบปัญหาได้รับบัตรล่าช้าหรือยังไม่ได้รับบัตร ให้แจ้งเข้ามายังสถานทูตหรือสถานกงสุลที่ดูแล เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาให้ท่านได้


