xs
xsm
sm
md
lg

'ดีอี' อัปเดตระบบเตือนภัยพิบัติ อุตุฯ-Tomorrow .io ใช้ข้อมูลยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินโครงการนำร่องการยกระดับระบบเตือนภัยพิบัติด้วยดาวเทียม Tomorrow .io โดยมีนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้แทนจากบริษัท Tomorrow .io เข้าร่วม ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา กทม.

นายไชยชนก เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเตรียมความพร้อมในการยกระดับการรับมือภัยพิบัติ โดยการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศและการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ เพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ด้านสภาพอากาศ และภัยพิบัติล่วงหน้า เสริมประสิทธิภาพการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์สภาพอากาศที่มีความผันผวนมากขึ้น

กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เตรียมยกระดับระบบการพยากรณ์อากาศ และการเตือนภัยพิบัติ จากการนำร่องใช้งานแพลตฟอร์มดาวเทียม Tomorrow .io ควบคู่กับระบบการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยจะร่วมบูรณาการข้อมูลด้านการพยากรณ์อากาศ จัดทำแผนพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศ และแผนปฏิบัติงาน พร้อมแผนสรุปการนำข้อมูลจากกรมอุตุฯ ไปใช้ในหน่วยงานอื่นๆ ของประเทศ ซึ่งจะมีการติดตามแผนการปฏิบัติการเป็นรายสัปดาห์ ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของโครงการนำร่องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2569

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ดำเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในรูปแบบ Hackathon ร่วมกับหน่วยงานด้านการเฝ้าระวังและป้องกันภัยพิบัติ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานข้อมูล Tomorrow.io ในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เพื่อเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา ทรัพยากรน้ำ และข้อมูลภูมิสารสนเทศร่วมกันอย่างเป็นระบบ เตรียมความพร้อมติดตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปัจจุบัน Tomorrow .io มีการใช้งานดาวเทียมทั้งหมด 13 ดวง จากที่มีอยู่เดิม 11 ดวง เมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ศักยภาพด้านการสนับสนุนข้อมูลเพิ่มขึ้น โดยใช้เวลาในการประมวลผลน้อยกว่า 1 ชม. ช่วยให้มีข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์มากยิ่งขึ้น รวมทั้งความแม่นยำของการพยากรณ์ที่เจาะจงเฉพาะพื้นที่ในระดับตำบล ซึ่งได้ทดสอบนำร่องในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกิดภัยพิบัติจากช่วงที่ผ่านมา และพบว่ามีระดับประสิทธิภาพการพยาการณ์อากาศที่เพิ่มสูงมากขึ้น และแม่นยำมากขึ้น

ขณะที่ระยะต่อไป ตนจะลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับกรมอุตุฯ ในวันที่ 9 – 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ เพื่อร่วมทดสอบและวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ก่อนที่จะขยายผลการนำเสนอข้อมูลเพื่อเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเบื้องต้นได้มีการหารือร่วมกับ Line เพื่อสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เฉพาะในพื้นที่ของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจ และประเมินความเสี่ยงส่วนตัวได้ด้วยตัวเองในทันที รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงการประกอบอาชีพ เช่น การเกษตร การคมนาคม และเชิงเศรษฐกิจอื่นๆได้

นายไชชนก ย้ำว่า โครงการนำร่อง การใช้ดาวเทียม Tomorrow.io เพื่อจัดทำแผนการรับมือภัยพิบัติ จะมีกรมอุตุฯ เป็นศูนย์กลางข้อมูล เพื่อแบ่งปันให้กับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงการเปิดให้ประชาชนได้นำข้อมูลไปใช้เพื่อการพยากรณ์อากาศด้วยตนเอง ซึ่งช่วยยกระดับคุณชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านการรับมือกับภัยพิบัติ การเดินทาง คมนาคม การเกษตร การเพาะปลูก โดยจะมีการจัดทำแผนการใช้วางข้อมูลเพื่อรองรับการใช้งานต่อไป

ด้าน นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า แผนการดำเนินงานของโครงการนำร่องดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568-กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งเน้นการประเมินศักยภาพของแบบจำลองการพยากรณ์อากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถผสานข้อมูลจากดาวเทียม เรดาร์ และข้อมูลสังเกตการณ์ของประเทศไทย

ขณะที่ในปัจจุบันได้มีการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ใช้งานทั่วไป รวมถึงบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลพยากรณ์อากาศ และระบบแจ้งเตือนภัยไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศที่มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแจ้งเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมล่วงหน้าในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้มีเวลาในการเตรียมตัวอพยพ และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ และการวางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะยกระดับระบบพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยของประเทศไทยให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติ เสริมสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน