xs
xsm
sm
md
lg

"จุลพันธ์" แจงสร้างเศรษฐีเงินล้าน ไม่ใช่แจกเงินแบบให้เปล่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวชี้แจงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท ว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทยและเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายสำหรับการทำให้วิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นไปได้จริง

โครงการนี้เป็นการจูงใจให้คนเข้าระบบสร้างฐานข้อมูล เพื่อกลับมาสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นในการสร้างแรงจูงใจในทางบวก มากกว่าใช้การบังคับโดยการลงโทษเพื่อดึงประชาชนเข้าสู่ระบบนโยบายนี้ จึงไม่ใช่การแจกเงินแบบให้เปล่าแต่เป็นการใช้ความหวังกับการเป็นเศรษฐีเงินล้านเป็นแรงจูงใจ ให้ประชาชนเข้าสู่ฐานระบบข้อมูลรัฐ ด้วยความสมัครใจ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการ สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ที่แข็งแรงเพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง และจัดการเรื่องสวัสดิการให้แม่นยำ

นายจุลพันธ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า นโยบายนี้คือการเปิดโอกาสให้คนไทยมีสิทธิ์ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทุกวัน วันละ 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท นโยบายนี้ออกแบบมาเพื่อหาเงินให้รัฐ สร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน ทำฐานข้อมูลที่เรียกว่า Big Data โดยใช้การลุ้นรางวัลเป็นเครื่องมือจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี และระบบฐานข้อมูลของรัฐ วิธีการคือสุ่มรายชื่อจาก 2 กลุ่มหลัก คือ 1. สุ่มรางวัลจากเลขใบเสร็จหรือ E-Receipt จำนวน 5 รางวัล เพียงแค่ประชาชนขอใบเสร็จจากร้านค้า โดยไม่จำกัดมูลค่าขั้นต่ำก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้ 2. สุ่มจากข้อมูลเลขบัตรประชาชน จำนวน 4 รางวัล แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน , กลุ่มอาสามสมัคร , กลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และ กลุ่มประชาชนผู้ยื่นแบบภาษีทุกคน

จุดประสงค์หลักของนโยบาย คือ จูงใจให้คนเข้าระบบภาษี เนื่องจากเศรษฐกิจนอกระบบของประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 9 ล้านล้านบาท การที่รัฐไม่สามารถเก็บภาษีในส่วนนี้ได้ ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ ซึ่งนโยบายนี้มีโมเดลความสำเร็จในต่างประเทศมาแล้วทั้งบราซิลและไต้หวัน สามารถเพิ่มรายได้จากภาษีถึง 20% หากนโยบายนี้ช่วยให้การจัดเก็บได้รัฐจะมีรายได้จัดเก็บในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่ต้นทุนของนโยบายรวมแล้วอยู่ที่ 3 พันกว่าล้านบาทเท่านั้น มองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ส่วนการสร้างฐานข้อมูลหรือ Big Data หัวใจสำคัญคือการนำคนเข้าระบบเพื่อสร้างฐานข้อมูล แนะนำข้อมูลไปต่อยอดนโยบายอื่นให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ข้อมูลรายได้ในสายอาชีพต่าง ๆ จะช่วยให้รัฐ จะช่วยส่งเสริมโครงการคนไทยไร้จนทำให้รัฐเติมเงินให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ 3,000 บาทต่อเดือนได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น การสร้างรัฐบาลดิจิทัลเพื่อแก้คอรัปชั่นจำเป็นต้องมีข้อมูล

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า ไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการหาเงินให้กับรัฐด้วยซ้ำ เป็นการดึงเศรษฐกิจนอกระบบกลับมาเพื่อสร้างรายได้และสวัสดิการที่ยั่งยืนให้ประเทศ และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงผ่านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปได้จริง