พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ตามหลักการสู้รบเราจะระงับความสัมพันธ์ทางการทหารไปก่อนใช่หรือไม่ เช่น ความช่วยเหลือด้านการทหาร ความร่วมมือต่าง ๆ ว่า เวลายังไม่เหมาะสม เอาไว้เหมาะสมแล้วค่อยว่ากันใหม่ ก็เข้าใจได้ว่าช่วงนี้เป็นแบบนี้ พักกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าพักแล้วพักยาว พักนาน มันก็อยู่ที่ท่าทีและพฤติกรรม ถ้าคุยกันดีมีเจตนาจริงใจ และมีความร่วมมือแก้ไขปัญหา เดี๋ยวมันก็จะดีเอง อยู่ที่การตบมือ ต้องตบมือสองฝั่ง
ส่วนพฤติกรรมตอนนี้ดีขึ้น แต่ยังต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเร็ว
ขณะเดียวกัน เหมือนว่ามีคลิปทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุก่อกวน แนวหน้าไทยมากขึ้น หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณรอบที่ 3 ใช่หรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ขออย่าไปมองแบบนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์หลังจากหยุดยิง เราเริ่มมีการวางกำลัง และต้องวางระบบเครื่องกีดขวางในการป้องกันตนเอง ต่างฝ่ายต่างทำ เมื่อเริ่มนิ่ง เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้น เริ่มเข้ามาใกล้ มาดู มาศึกษา มาตรวจสอบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของการพัฒนาระดับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทหารหน้าแนว แต่ในขณะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใคร ทำพฤติกรรมใด ๆ ไปยั่วยุ หรือทำให้มันเกิดโมโหและตกใจ ขออย่าให้โมโหและอย่าตกใจ ถือว่าใช้ได้
ส่วนที่มีการเสริมบังเกอร์ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ทุกคนก็ทำ เราก็ทำ เขาก็ทำ
สำหรับข่าวปลอม เฟกนิวส์ การบิดเบือนข้อมูล ได้มีการกำชับ อะไรหรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ ยอมรับว่าคุยกันทั้งในทีมแถลงข่าว และทุกส่วน ขณะนี้มิติด้านความสัมพันธ์ การทูต ข่าวสาร ทหาร และเศรษฐกิจ เราเดินไปพร้อมๆ กัน หลังจากนี้เตรียมการไว้แล้ว โดยมีการพูดคุยหารือในระดับกองทัพไทย ทุกหน่วยงาน ว่าเราจะทำข้อเสนออะไรอย่างไรในอนาคต ช่วงนี้ดูสถานการณ์ และรักษาระดับไว้ก่อน แต่อยู่บนพื้นฐาน เราพร้อมทุกกรณี
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่า พล.อ.เตีย บัญ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ประสานมายังฝั่งไทยขอเจรจา เพราะกัมพูชาอยากจะยุติสงบศึกนั้น ต้องดูรายละเอียดและท่าที นอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจาเป็นข้อความมาแล้ว ที่สำคัญ คือ ต้องดูพฤติกรรมและพฤติการณ์ ซึ่งต้องประเมินทุกอย่างในองค์รวมถึงจะสรุปได้ว่าเราควรจะเชื่ออย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นสมมติฐาน เราไม่สามารถเข้าไปดูได้จริงว่าเป็นอย่างไร เราต้องดูจากทุกอย่างและประมวล พร้อมตั้งสมมติฐาน หากตั้งสมมติฐานถูกเราก็เตรียมการถูก หากตั้งสมมติฐานผิด ก็ต้องแก้ไข เราจึงต้องเตรียมไว้ทุกกรณี
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าทหารกัมพูชาปรับกำลังประชิดชายแดน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.อุกฤษฎ์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่มองว่าเป็นการปรับกำลัง มองว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากเขาเห็นสภาพการวางกำลังของฝ่ายไทย เขาก็จะเริ่มค่อย ๆ พัฒนาการปฎิบัติการทางทหารในแนวหน้ามากขึ้น เหมือนปรับสภาพให้สอดรับกับการวางกำลัง เขาเห็นว่าเรายังไง เขาก็เข้ามาดู มาปรับ


