ขณะนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดำเนินการยกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายที่ใช้ระบบไฟฟ้าและมีแสงสว่างในตัวเอง เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานแสงสว่างของป้าย ไม่ให้ก่อเกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อบริเวณข้างเคียง และไม่รบกวนการมองเห็น สภาพการจราจรของผู้ขับขี่ยานพาหนะจนอาจส่งผลต่อการควบคุมหรือขับขี่ยานพาหนะด้วย
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการตราหรือออกกฎหมายกำหนดค่ามาตรฐานแสงสว่างของป้ายแต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ พบว่า กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558 มีการกำหนดหลักเกณฑ์ของแสงสว่างที่ออกจากป้ายไว้ในข้อ 17
โดยกำหนดให้แสงสว่างที่ออกจากป้ายจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อบริเวณข้างเคียง และไม่รบกวนการมองเห็น สภาพการจราจรของผู้ขับขี่ยานพาหนะจนอาจส่งผลต่อการควบคุมหรือขับขี่ยานพาหนะ แต่ก็เป็นเพียงหลักเกณฑ์อย่างกว้าง ๆ ยังไม่มีการกำหนดค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายว่าต้องมีค่าเท่าใดจึงจะถือว่าเป็นแสงสว่างที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อบริเวณข้างเคียง หรือรบกวนการมองเห็นสภาพการจราจรของผู้ขับขี่ยานพาหนะจนอาจส่งผลต่อการควบคุมหรือขับขี่ยานพาหนะ
ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงควรกำหนดค่าแสงสว่างดังกล่าว โดยได้ศึกษาข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย รายงานการศึกษา และเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานในการควบคุม แสงสว่างจากป้ายของประเทศต่างๆ และยกร่างเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดรายละเอียดค่ามาตรฐานของแสงสว่างเพิ่มเติมจากที่กำหนดในข้อ 17 ของกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้าย หรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558
สำหรับป้ายที่ใช้ระบบไฟฟ้าและมีแสงสว่างในตัวเองตามข้อ 17 ของกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558 ต้องมีค่ามาตรฐานแสงสว่างที่ออกจากป้าย ประกอบด้วย
1. ช่วงเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ถึงก่อนเวลา 07.00 น. ดังนี้
(ก) ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 3,500 แคนเดลาต่อตารางเมตร
(ข) ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนเมษายน ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 2500 แคนเดลาต่อตารางเมตร
2. ช่วงเวลาตั้งแต่ 07.00 น. ถึงก่อนเวลา 08.00 น. ของทุกเดือน ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 4,000 แคนเดลาต่อตารางเมตร
3. ช่วงเวลาตั้งแต่ 08.00 น. ถึงก่อนเวลา 16.00 น. ของทุกเดือน ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 6,500 แคนเดลาต่อตารางเมตร
4. ช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00 น. ถึงก่อนเวลา 17.00 น. ของทุกเดือน ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 6,000 แคนเดลาต่อตารางเมตร
5. ช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00 น. ถึงก่อนเวลา 18.00 น. ดังนี้
(ก) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนสิงหาคม ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 4,000 แคนเดลาต่อตารางเมตร
(ข) ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 2,500 แคนเดลาต่อตารางเมตร
6. ช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น. ถึงก่อนเวลา 18.30 น. ดังนี้
(ก) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนสิงหาคม ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 2,500 แคนเดลาต่อตารางเมตร
(ข) ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุด ไม่เกิน 400 แคนเดลาต่อตารางเมตร
7. ช่วงเวลาตั้งแต่ 18.30 น. ถึงก่อนเวลา 06.00 น.ของวันรุ่งขึ้นของทุกเดือน ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 400 แคนเดลาต่อตารางเมตร
สำหรับป้ายที่มีค่ามาตรฐานแสงสว่างที่ออกจากป้ายเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าแสงสว่างของป้ายนั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อบริเวณข้างเคียง หรือรบกวนการมองเห็นสภาพการจราจรของผู้ขับขี่ยานพาหนะจนอาจส่งผลต่อการควบคุมหรือขับขี่ยานพาหนะด้วย


