นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลร้องเรียนให้ตรวจสอบกระบวนการจับกุม การกักตัว และการปล่อยตัวกลุ่มชาวจีน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการฉ้อโกงทรัพย์สิน ว่า ศาลยุติธรรมได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ขอชี้แจงต่อสาธารณชนว่า หากข้อกล่าวหาดังกล่าวปรากฏว่าเป็นความจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะนี้ศาลอาญาได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยศาลยุติธรรมขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ภายใต้ความโปร่งใสและเป็นธรรม และขอให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้องบุคคลใดที่กระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างถึงความพยายามแทรกแซง หรือมีการเสนอผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนั้น โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงว่า ระบบการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาลอาญามีความเข้มแข็ง โดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาควบคู่ไปกับความปลอดภัยของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ศาลอาญามีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนคือ ไม่เคยอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ซึ่งในคดีนี้ศาลก็ได้พิจารณาไปในแนวทางเดียวกัน คือไม่มีการอนุญาตให้ปล่อยตัวตามที่มีการกล่าวอ้าง
ความเป็นอิสระของผู้พิพากษานั้นต้องอยู่ภายใต้หลักสุจริตและการตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มงวด ศาลยุติธรรมมีระบบการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยที่ชัดเจนเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรพร้อมกันนี้ ขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนว่า การแอบอ้างชื่อผู้พิพากษาหรือศาลเพื่อแสวงหาประโยชน์ หรืออ้างว่าสามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้นั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและไม่สามารถทำให้เกิดผลได้จริง ดังเช่นกรณีที่ปรากฏในคดีนี้ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างในลักษณะดังกล่าว


