นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เน้นย้ำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์มลพิษทางอากาศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่
สพฐ.ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศเป็นประจำ ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ พร้อมเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพนักเรียนตามระดับคุณภาพอากาศ โดยหากอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก ยังสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามปกติ แต่ต้องให้ความสำคัญกับนักเรียนกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ
นางภัทริยาวรรณ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพให้โรงเรียนลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสม รวมถึงให้เด็กเล็กและนักเรียนที่มีโรคประจำตัวอยู่ในอาคารหรือห้องเรียนปลอดฝุ่น ขณะที่ในกรณีที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานรุนแรง สถานศึกษาสามารถพิจารณาปิดเรียนหรือปรับเป็นการเรียนรูปแบบอื่นได้ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
นอกจากนี้ สพฐ. ยังกำชับให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา สื่อสารข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นและวิธีการป้องกันตนเองแก่นักเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังอาการผิดปกติด้านสุขภาพ หากพบอาการรุนแรงให้รีบนำส่งแพทย์ทันที นอกจากนี้ สำหรับมาตรการระยะยาวส่งเสริมให้สถานศึกษารณรงค์การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพิ่มพื้นที่สีเขียว และบูรณาการเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน
นางภัทริยาวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษาถือปฏิบัติตามมาตรการอย่างจริงจัง ให้ทุกโรงเรียนคำถึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ดิฉันอยู่ระหว่างการหารือภายในกับคณะทำงาน เพื่อพิจารณาการจัดทำระบบรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เป็นประจำ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจและสื่อสารไปยังสถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยง


