พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้ และได้รับเกียรติจากผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยทูตทหารกรมการปกครอง องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย รวมถึงครอบครัววีรชนกองทัพไทย ผู้พิทักษ์ราชอาณาจักรไทย เข้าร่วมพิธี
โดยในวันนี้มีพิธีสำคัญ ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิธีถวายสักการะพระไพรีพินาศ พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 พิธีบวงสรวงพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย พิธีสงฆ์ และพิธีวางมาลัยกรแผ่นจารึกนามผู้เสียสละชีพเพื่อชาติ จากกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา
พิธีในปีนี้จัดขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้า หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อปี 2568 ซึ่งทำให้ทหารกล้าของทุกเหล่าทัพต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 42 นาย กองทัพไทยจึงจัดพิธีสดุดีและจารึกนามวีรชน เพื่อให้ชื่อของพวกเขาคงอยู่เป็นเกียรติประวัติของชาติ พร้อมกันนี้ ยังมีการอัญเชิญ ดินสมรภูมิแห่งที่ 11 จากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เข้าประกอบพิธีในนาม "ดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568" เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความกล้าหาญและการเสียสละของทหารผู้จากไป
ทั้งนี้ ในช่วงพิธีมอบอนุสรณ์เป็นที่ระลึกแก่ญาติของทหารกล้า หลายครอบครัวถึงกับร่ำไห้ออกมาด้วยความอาวรณ์ ขณะที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เข้าไปพูดคุย ปลอบโยน และแสดงความเคารพต่อหน้าภาพถ่ายของนายทหารทุกนายที่สละชีวิตในภารกิจครั้งนี้ ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณทุกครอบครัวว่า อนุสรณ์ที่มอบให้นี้ เป็นสิ่งยืนยันและระลึกถึงความกล้าหาญและความเสียสละของวีรชนทั้ง 42 ท่าน ในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ราชอาณาจักรไทย และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกคนในชาติของเรา ในการที่เขาทำหน้าที่ใช้ชาติทหารได้อย่างสมศักดิ์ศรีโดยสมบูรณ์ในฐานะวีระชนของชาติ นับเป็นเกียรติประวัติของครอบครัว และจะเป็นสิ่งที่เราจดจำไปอย่างไม่มีวันลืม
หลังจากพิธีเสร็จสิ้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้มารอส่งญาติของเหล่าวีรชนผู้กล้ากลับภูมิลำเนา โดยได้ยกมือวันทยาหัตถ์เพื่อแสดงความเคารพ จากนั้นได้เดินขอบคุณนายทหารทุกนายที่ได้เข้าร่วมพิธี
สำหรับอนุสรณ์ที่มอบให้ เป็นรูปปั้นสื่อความหมายแทนชีวิตทหาร ประกอบด้วยปืน หมวก และรองเท้า พร้อมสลักข้อความ "วีรชนกองทัพไทยผู้พิทักษ์ราชอาณาจักรไทย" และสลักชื่อนายทหารผู้เสียสละ พร้อมยศที่ปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ชั้นยศ เพื่อยกย่องความกล้าหาญและการอุทิศชีวิตเพื่อชาติ


