รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า"ซากศพและคราบน้ำตา: บทพิสูจน์ความล้มเหลว บนเก้าอี้รัฐมนตรี"
บทเรียนจากคราบน้ำตา: เมื่อภัยพิบัติและโศกนาฏกรรมสะท้อนคุณภาพผู้บริหารประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก
หากพิจารณาตามไทม์ไลน์การบริหารงานของรัฐบาล สองยุคสมัยที่ผ่านมาได้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจคนไทยอย่างไม่อาจลืมเลือน
ยุคสมัยแห่งความสูญเสียที่ไม่คาดฝัน
ในสมัยการบริหารของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เกิดเหตุการณ์วิปโยคที่สร้างความเศร้าสลดไปทั่วโลก:
• 1 ต.ค. 67: เหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาบนถนนวิภาวดีรังสิต เด็กอนุบาลและครูต้องสังเวยชีวิตรวม 23 ราย เป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนถึงความหย่อนยานของมาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่ง
• 29 พ.ย. 67: คานปูนและเครนพังถล่มใกล้ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ จ.สมุทรสาคร คร่าชีวิตผู้คนไป 6 ราย
• 15 มี.ค. 68: โครงสร้างคานสะพานทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง ถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บถึง 24 ราย
• 28 มี.ค. 68: เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่ทำให้ตึกสตง. ถล่มลงมา มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย
• 24 พ.ค. 68: อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
วิกฤตความปลอดภัยและภัยธรรมชาติภายใต้การนำใหม่
ต่อมาในยุคของ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม
ความสูญเสียจากโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการวิกฤตยังคงดำเนินต่อไป:
• 24 ก.ย. 68: ถนนยุบตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิระ สามเสน จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน
• 27 พ.ย. 68: น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถูกมองว่าขาดการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตกว่า 145 ราย เศรษฐกิจพังพินาศ
• 14 ม.ค. 69: เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ดับ 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย
• 15 ม.ค. 69: เพียงวันถัดมา เครนก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ถล่มทับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ย้ำเตือนถึงความไม่ปลอดภัยบนถนนสายมรณะที่ยังแก้ไม่ตก
บทสรุป: อุทาหรณ์ถึง "อนาคตประเทศไทย"
ความวิบัติที่เกิดขึ้นในยุคของสองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ใช่เพียงเรื่องของโชคชะตา แต่มันคือ อุทาหรณ์ ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ "คุณภาพการบริหาร"
หากการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรายังได้ผู้บริหารที่มองเพียงผลประโยชน์เฉพาะหน้าของพรรคพวก
มุ่งเน้นแต่การรักษาอำนาจ โดยไม่ยอมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วย ความรู้ ความสามารถ และความสุจริต และหากการเมืองไทยยังวนเวียนอยู่กับ "ทุนเทาและเงินดำ"
ประเทศไทยอาจเดินหน้าไปสู่จุดที่ยากจะพลิกฟื้น จนกลายเป็น "รัฐล้มเหลว" (Failed State) ที่ไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อีกต่อไป
16 มกราคม 2569


