นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานความคืบหน้าเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบสถานการณ์และพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
โดยที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการเยียวยาอย่างเร่งด่วน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ ร่วมกับบริษัทผู้รับจ้าง จะจ่ายเงินเยียวยารายละ 1,340,000 บาท ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจนกว่าจะหายเป็นปกติ และหากมีความเสียหายอื่นหรือทรัพย์สินสูญหาย ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้เป็นรายกรณีต่อไป
พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามมาตรฐานงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังเปิดเดินขบวนรถ ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานีอย่างใกล้ชิด และเมื่อมีขบวนรถวิ่งผ่านจุดก่อสร้าง ต้องหยุดการปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างเข้มงวดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความบกพร่องด้านขั้นตอน อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือการควบคุมงาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้
ในส่วนของการฟื้นฟูพื้นที่ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจะเร่งซ่อมแซมทางรถไฟ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงเตรียมดำเนินคดีทางแพ่งจากความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายต่อผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยรายละเอียดความรับผิดทั้งหมดจะพิจารณาตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป


