การประชุม Egg Board ครั้งที่ 1/2569 มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชนเข้าร่วม โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้ค่าประสิทธิภาพการผลิตเดิม ได้แก่ ปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่ (GP) 1 ตัว ผลิตลูกพ่อแม่พันธุ์ (PS) ได้ 77 ตัว ปลดที่อายุ 72 สัปดาห์ พ่อแม่พันธุ์ (PS) 1 ตัว ผลิตลูกไก่ไข่เพศเมียได้ 107 ตัว ปลดที่อายุ 72 สัปดาห์ และแม่ไก่ไข่ยืนกรง 1 ตัว ผลิตไข่ได้ 361 ฟอง ปลดที่อายุ 80 สัปดาห์ ทั้งนี้ เปิดช่องให้ปรับขยายอายุการเลี้ยงได้ หากเกิดภาวะวิกฤตผลผลิตไม่สอดคล้องความต้องการ โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการรักษาเสถียรภาพราคาเป็นผู้พิจารณา
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแผนนำเข้าไก่ไข่พันธุ์ปี 2569 คงระดับเดิม ได้แก่ GP จำนวน 3,800 ตัว และ PS จำนวน 440,000 ตัว เพื่อให้สอดคล้องการบริโภคในประเทศและความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายเดิมที่ร่วมมาตรการดูแลราคาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบหมายฝ่ายเลขานุการ ศึกษาความพร้อมสถานที่และเอกสารของผู้ขอเลี้ยง PS รายใหม่อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกษตรกรรายย่อยเสียเปรียบและป้องกันภาวะไข่ล้นตลาด
ข้อมูลภาพรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่า การนำเข้าเลี้ยง GP ทำได้ 98.42% ของแผน และ PS 102.30% ของแผน มีไก่ไข่ยืนกรงราว 51.55 ล้านตัว ผลผลิตราว 42.78 ล้านฟองต่อวัน ขณะที่การส่งออกไข่ไก่สดปี 2568 (มกราคม–พฤศจิกายน) มีปริมาณ 479.98 ล้านฟอง มูลค่า 1,707.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยตลาดหลักคือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้านราคาไข่ไก่คละเฉลี่ยฟองละ 3.60 บาท (12 ม.ค. 2569) และในเดือนธันวาคม 2568 ราคาเฉลี่ยฟองละ 3.52 บาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ปรับเพิ่มจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนทิศทางตลาดที่ทรงตัว
ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ยังเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ควบคุมปริมาณผลผลิตไม่ให้ล้นตลาด ผ่านความร่วมมือปลดไก่ตามอายุที่เหมาะสม ควบคู่โครงการ PS SUPPORT เร่งส่งออกช่วงปลายปี และการเข้มงวดปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านราคาและความปลอดภัยให้เกษตรกรและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง


