กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะวิธีใช้งานแบตเตอรี่สำรองอย่างปลอดภัย โดยควรตรวจสอบแบตเตอรีสำรองให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และไม่ใช้งานสมาร์ทโฟนขณะชาร์จไฟ รวมถึงไม่วางแบตเตอรีสำรองไว้ใกล้แหล่งความร้อนสูง ทำให้แบตเตอรีสำรองเสื่อมสภาพเร็วหรือระเบิด ก่อให้เกิดอันตรายได้
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า แบตเตอรี่สำรอง หรือ Power Bank เป็นอุปกรณ์ในการชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยม ซึ่งการชาร์จไฟและการใช้งานแบตเตอรี่สำรองไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดการระเบิดหรือเพลิงไหม้ได้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะวิธีชาร์จไฟและใช้งานการแบตเตอรีสำรองถูกวิธี ดังนี้ ชาร์จแบตเตอรี่สำรองให้เต็มอยู่เสมอ หากพลังงานเหลือต่ำกว่า 30% ควรหยุดใช้งาน เพื่อป้องกันแบตเตอรี่สำรองเสื่อมคุณภาพ ก่อให้เกิดอันตรายได้ ถอดสายไฟออกเมื่อชาร์จแบตเตอรีสำรองเต็ม ไม่เสียบที่ชาร์จค้างไว้ เพราะจะทำให้เกิดความร้อนสูงและไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ไม่ชาร์จสมาร์ตโฟนผ่านแบตเตอรี่สำรองที่กำลังชาร์จไฟ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่สำรองทำงานหนัก ส่งผลให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ได้ ไม่ชาร์จแบตเตอรี่สำรองในบริเวณที่มีความร้อนสูง เช่น เคสคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระหว่างการใช้งาน ในรถยนต์ที่จอดกลางแจ้ง บริเวณที่แสงแดดส่องถึง เพราะความร้อนจะทำให้แบตเตอรี่สำรองเสียหายและเกิดการระเบิดได้ ควรตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยแบตเตอรี่สำรองต้องไม่บวมหรือมีรอยปริ ขณะใช้งานไม่มีความร้อนสูง สามารถกักเก็บประจุไฟฟ้าได้ตามปกติ ไม่นำแบตเตอรี่สำรองที่เสื่อมสภาพมาใช้งาน โดยทั่วไปแบตเตอรี่สำรองมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี ไม่วางแบตเตอรี่สำรองไว้ใกล้แหล่งความร้อนสูง อาทิ เตาไฟฟ้า เตาไมโครเวฟ รถที่จอดกลางแจ้ง เพราะจะทำให้แบตเตอรี่สำรองระเบิด ก่อให้เกิดอันตรายได้ หลีกเลี่ยงการทำให้แบตเตอรี่สำรองเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อาทิ ตกกระแทกพื้น เก็บไว้ใกล้แหล่งความร้อนหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง อาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขณะชาร์จไฟหรือระเบิดขณะใช้งาน ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสาธารณภัยและอุบัติภัยได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย X @DDPMNews Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือ ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


