รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมถอนตัวจากองค์กรนานาชาติหลายสิบแห่ง รวมถึงกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) นับเป็นการถอยห่างจากความร่วมมือระดับโลกอีกครั้งของสหรัฐฯ
ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อระงับการสนับสนุนแก่องค์กร หน่วยงาน และคณะกรรมาธิการรวม 66 แห่ง หลังจากที่ได้สั่งการให้รัฐบาลของเขาทบทวนการมีส่วนร่วมหรือการมอบทุนสนับสนุนแก่องค์กรนานาชาติต่าง ๆ รวมถึงองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ UN ด้วย
ทั้งนี้ เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นหน่วยงาน คณะกรรมการ และคณะผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับ UN ซึ่งมุ่งทำงานด้านสภาพภูมิอากาศ แรงงาน และประเด็นอื่นๆ ที่รัฐบาลทรัมป์จัดอยู่ในกลุ่มนโยบายด้านความหลากหลายและแนวคิดการตื่นตัวทางสังคม (woke)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ พบว่าสถาบันเหล่านี้มีขอบเขตงานที่ทับซ้อน มีการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ไม่มีความจำเป็น สิ้นเปลือง ดำเนินงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ ถูกครอบงำโดยผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ผลักดันวาระส่วนตัวที่ขัดกับผลประโยชน์ของเรา หรือเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตย เสรีภาพ และความมั่งคั่งโดยรวมของประเทศชาติ
การตัดสินใจถอนตัวจากองค์กรที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ในระดับโลกของทรัมป์ มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลของเขาเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารหรือการข่มขู่ที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ทั้งมิตรและศัตรู รวมถึงการจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และการแสดงเจตจำนงที่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ระงับการสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ (UNRWA) คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) และองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยใช้วิธีพิจารณาจ่ายเงินบำรุงให้แก่องค์กรโลกโดยภาพรวม โดยเลือกเฉพาะการดำเนินงานและหน่วยงานที่เห็นว่า สอดคล้องกับวาระของทรัมป์ และหน่วยงานใดบ้างที่ไม่ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อีกต่อไป


