นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว พร้อมด้วยคณะกรรมการอีก 20 คน ประกอบด้วย
1. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานกรรมการ
2. น.ส.พัชราภรณ์ สิทธิพงษ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ
3. นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ
5. น.ส.ลัดดา เดือนสว่าง ผอ.สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
6. นางปรานี ช่วยเกิด ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 15 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
7. นายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
8. นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
9. นายธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย
10. นางพรพรรณนิล ศตวรรษธำรง ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์
11. นายปรนาคินทร์ กตัญญุตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
12. ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย
13. นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต.
14. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสานักงบประมาณ
15. พลเอกสุภมนัส ภารพบ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คกก.สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
16. นายสุรศักดิ์ อุดมศิลป์
17. นายสราวุธ เบญจกุล อดีตเลขาธิการศาลยุติธรรม
18. นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต
19. นายอภิวัฒน์ เริงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ
20. น.ส.พัชรี ผึ่งผดุง ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี หรือผู้แทน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
21. นายราชันย์ สุกัญญา รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
1. ตรวจสอบรายการนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ตามที่พรรคการเมืองรายงานต่อ กกต. ว่ามีรายการครบถ้วน และถูกต้องหรือไม่ ดังนี้
1.1 วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ
1.2 ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินการนโยบาย
1.3 ผลกระทบและความเสียงในการดำเนินนโยบาย
2. เมื่อดำเนินการตรวจสอบรายการตามข้อ 1 แล้ว ถ้ามีรายการครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอต่อกกต.พิจารณา
3. ในกรณีพรรคการเมืองไม่ได้รายงาน หรือจัดทำรายการตามข้อ 1 หรือเมื่อดำเนินการตรวจสอบรายการตามข้อ 1 แล้ว มีรายการไม่ครบถ้วนและถูกต้อง ให้เรียกเอกสารหลักฐาน หรือให้พรรคการเมืองชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาได้
4. เมื่อดำเนินการตรวจสอบรายการตามข้อ 3 แล้ว ถ้ามีรายการครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอ กกต.พิจารณา
5. ในกรณีที่พรรคการเมืองใด ไม่ดำเนินการตามข้อ 3 ให้เสนอกกต.พิจารณา
6. มีข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตนโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงินตามข้อ 1 เพื่อประกอบการพิจารณาของกกต.ได้
7. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบรายการเบื้องต้น ตามข้อ 1
8. ดำเนินการอื่นตามที่ กกต. หรือสำนักงานกกต. มอบหมาย


