ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวย้ำถึงกรณีการแถลงความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรและองค์กรสื่อเพื่อรายงานผลการเลือกตั้งได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้ง ว่า การที่เรามีพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะ กกต. ต้องการให้กระบวนการรายงานผลเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุดหลังปิดการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. ทันทีที่เริ่มนับคะแนน คะแนนส่วนหนึ่งก็จะเริ่มไปปรากฏต่อประชาชน ขณะที่ กกต. จะเป็นในส่วนของการตรวจสอบความถูกต้องและการรายงานอย่างเป็นทางการ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาช่วยให้ภารกิจของ กกต. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สำหรับข้อเสนอของ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ที่เสนอว่าควรแสดงบัตรประชาชนครั้งเดียวสามารถลงคะแนนได้ทั้ง ผู้แทนราษฎรและประชามตินั้น ก็จะนำข้อเสนอไปพิจารณาต่อไป แต่ขอทำความเข้าใจเพิ่มเติมในเหตุจำเป็นที่จะต้องแสดงบัตรประชาชน แยกกันสำหรับการเลือกตั้งและการทำประชามติ เพราะในการเลือกตั้งมีทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งปกติ ขณะที่การทำประชามติ ไม่มีการทำล่วงหน้า แต่มีการทำนอกเขต ดังนั้นรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ในแต่ละหน่วย จะไม่เท่าและไม่เหมือนกัน ถึงต้องมีการแสดงบัตรแยกกัน แต่ยืนยันว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา เนื่องจากกกต เห็นความสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้มากที่สุด
และในส่วนของความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ที่ในบัตรเลือกตั้งไม่มีการระบุชื่อผู้สมัคร อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมายเลขได้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็ได้สั่งการแล้วว่า ให้ทุกหน่วยเลือกตั้งมีการจัดทำป้าย มีหมายเลขและรูปของผู้สมัครในทุกหน่วย เพื่ออำนวยความสะดวกด้วย
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเกี่ยวกับการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่ได้ประกาศไปในวันนี้ ผู้สมัครคนใดที่ไม่ได้ประกาศรายชื่อ หากมั่นใจว่าตนเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ก็มีสิทธิ์ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 7 วัน เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณา และหากประชาชนมีข้อกังขากับรายชื่อที่ประกาศไปแล้ว ว่าอาจขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ก็มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อพิจารณาถอนชื่อได้เช่นกัน


