xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์ย้ำกฎ 4 ข้อคุมมาตรฐานนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เน้นปลอดการเผา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า​ กระทรวง​พาณิชย์​ โดย​กรม​การค้า​ต่างประเทศ​ออกกฎระเบียบรวม 4 ฉบับ เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ในปี 2569 มุ่งลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ข้ามแดน คุ้มครองสุขภาพประชาชน และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรไทยให้สอดรับกับทิศทางการค้าโลก​ กฎระเบียบดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยประเด็นสำคัญคือการเพิ่มเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ต้องเป็นผลผลิตจากแหล่งเพาะปลูกที่ไม่ใช้การเผาในทุกขั้นตอน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้า โดยนับเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบการค้าอย่างชัดเจน มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ข้ามพรมแดน สนับสนุนการทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยผู้นำเข้าจะต้องสามารถแสดงข้อมูลแหล่งผลิต หลักฐานการเพาะปลูก และเอกสารที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ​เพื่อไม่ให้กระทบต่อการค้าในช่วงเริ่มต้น กรมการค้าต่างประเทศกำหนดให้ผู้นำเข้าสามารถใช้เอกสารประกอบการนำเข้าได้ 2 รูปแบบ ได้แก่​ หนังสือรับรองตนเองตามแบบฟอร์มที่กำหนดซึ่งต้องระบุข้อมูลแปลงปลูก ที่ตั้ง และปริมาณนำเข้าอย่างชัดเจนเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศผู้ส่งออก หรือหน่วยงาน/องค์กรที่ได้รับการรับรองในระดับสากล

ผู้นำเข้าต้องจัดเก็บเอกสารและข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับ โดยจะมีหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ (Competent Authority : CA) ของไทย และประกาศรายชื่อหน่วยงานผู้ออกเอกสารของประเทศผู้ส่งออกต่อไป

ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศยังได้ออกกฎระเบียบอีก 2 ฉบับ สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO และกรอบอาเซียน ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากปีก่อน เพื่อใช้บริหารจัดการปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตในประเทศ

สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA/ATIGA) ในปี 2569 ยังคงเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ไม่จำกัดปริมาณในอัตราภาษีร้อยละ 0 แต่ปรับลดช่วงเวลานำเข้าของผู้นำเข้าทั่วไปเหลือ 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยในช่วงฤดูกาลหลัก

ส่วนการนำเข้าภายใต้พันธกรณี WTO ได้ขยายโควตานำเข้าจากเดิม 54,700 ตันต่อปี เป็น 1 ล้านตันต่อปี และเปิดให้ทั้งองค์การคลังสินค้าและผู้นำเข้าทั่วไปสามารถใช้สิทธิได้ โดยอัตราภาษีนำเข้าจะเป็นไปตามประกาศของกระทรวงการคลัง

ข้าวสาลีอาหารสัตว์ เดินตามกรอบเดิม เน้นเสถียรภาพวัตถุดิบ ในส่วนของการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์​ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกระเบียบสำหรับปี 2569 ตามแนวทางเดียวกับปีก่อน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านวัตถุดิบให้กับภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยไม่มีการเพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่มีนัยสำคัญเชิงนโยบายเหมือนกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

กรมการค้าต่างประเทศแนะนำให้ผู้นำเข้าและผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ความสำคัญกับข้อกำหนด "ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา" เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มรายละเอียดด้านเอกสารและการตรวจสอบจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายและความล่าช้าในการนำเข้า

ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดกฎระเบียบ แบบคำขอ และแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทรศัพท์ 0 2547 4734 และสายด่วน 1385