พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชายื่นหนังสือประท้วงฝ่ายไทย โดยรฝอ้างว่าไทยเข้าไปยึดครองพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชาใน 4 จังหวัด โดยยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปยึดครองพื้นที่ในเขตแดนของกัมพูชา ทุกพื้นที่ที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ ล้วนอยู่ในเขตดินแดนประเทศไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี ฝ่ายกัมพูชาอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนในแนวตำแหน่งเส้นเขตแดนในหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จึงทำให้ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเขตแดนไทย ด้วยการเข้ามาวางกำลังและตั้งฐานทหาร
รวมถึงในบางพื้นที่มีการสนับสนุนให้ตั้งอาคารบ้านเรือนและชุมชนพลเรือน รุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดนฝั่งไทยหลายจุด หลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทย เคยยื่นประท้วงฝ่ายกัมพูชามานับร้อยครั้งผ่านกลไก MOU 43
โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยในปัจจุบันอยู่ในขอบเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชารุกล้ำพื้นที่บางจุดของไทยมาเป็นเวลานานจนเข้าใจผิดและคุ้นชินคิดไปเองว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ในเขตแดนของกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันฝ่ายกัมพูชายอมรับความจริงว่า พื้นที่ดังกล่าวแท้จริงแล้วคือเขตอธิปไตยของไทย มิใช่ดินแดนของฝ่ายกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง
ก่อนหน้านี้ เพจ Army Military Force รายงาน สื่อกัมพูชา ระบุ ทหารไทยได้วางตู้คอนเทนเนอร์ปิดถนน ขัดขวางชาวบ้านไม่ให้กลับเข้าพื้นที่ในหมู่บ้านเปรยจัน (หนองจาน) หมู่บ้านเปรยจัน ในอำเภอโอโจรว กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดนใหม่ที่ฝ่ายไทยกำหนดขึ้นในช่วงการประกาศข้อตกลงหยุดยิง โดยทางการไทยได้นำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามมาติดตั้งไว้ตลอดแนวชายแดนใกล้กับหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการจำกัดการเข้าออกและสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้แก่คนในพื้นที่
หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลโอเบยเจือน มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 270 ครอบครัว ซึ่งปัจจุบันยังคงไม่สามารถกลับเข้าสู่บ้านเรือนของตนเองได้ เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ยังคงดำเนินอยู่


