วันนี้ (28 พ.ย.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง และระดับน้ำลดลง ในทุกพื้นที่
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยรายงานสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคเหนือ - กลาง โซนลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีรายงานความคืบหน้าว่าสถานการณ์ระดับน้ำลดลงแล้ว ในทุกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ย. 68 เวลา 06.00 น.) ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และนครปฐม กินพื้นที่ 52 อำเภอ 437 ตำบล 2,895 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 143,105 ครัวเรือน 491,224 คน ดังนี้
จังหวัดพิษณุโลก ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 1 อำเภอ คืออำเภอบางระกำ 9 ตำบล 76 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 598 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดนครสวรรค์ ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ ชุมแสง เมืองฯ พยุหะคีรี และโกรกพระ 20 ตำบล 268 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,814 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดอุทัยธานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 1 อำเภอ คือ อำเภอเมืองฯ 5 ตำบล 29 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,371 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดชัยนาท ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ วัดสิงห์ มโนรมย์ เมืองฯ สรรพยา และสรรคบุรี
18 ตำบล 68 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,625 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดสิงห์บุรี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อินทร์บุรี พรหมบุรี เมืองฯ และบางระจัน 19 ตำบล 108 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,603 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดอ่างทอง ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ ป่าโมก วิเศษชัยชาญ ไชโย และเมืองฯ 38 ตำบล 201 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,137 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ บางปลาม้า สองพี่น้อง อู่ทอง ศรีประจันต์ ดอนเจดีย์ และเดิมบางนางบวช 69 ตำบล 509 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,689 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา บางปะหัน บางซ้าย บ้านแพรก มหาราช ลาดบัวหลวง นครหลวง และวังน้อย 149 ตำบล 952 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 68,204 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดปทุมธานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ สามโคก และเมืองฯ 23 ตำบล 77 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,830 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดนนทบุรี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ปากเกร็ด บางกรวย และบางบัวทอง 31 ตำบล 172 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,971 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดนครปฐม ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ บางเลน สามพราน นครชัยศรี กำแพงแสน เมืองฯ ดอนตูม และพุทธมณฑล 56 ตำบล 435 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,263 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับได้บูรณาการทรัพยากรเข้าพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นการเร่งรัดการฟื้นฟูและเยียวยา โดยระดมเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำขนาดใหญ่กว่า 400 เครื่อง เข้าพื้นที่จังหวัดที่ยังต้องระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการเสริมพนังกั้นน้ำด้วยกระสอบ ติดตั้งสะพานไม้ทางเดินเท้าชั่วคราว 156 จุด ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ติดตั้งสะพานเบลีย์แทนสะพานที่ชำรุดในจังหวัดอุทัยธานี แจกจ่ายถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและติดตั้ง สุขาชั่วคราว ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบและกฎหมาย โดยประสานงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน และดำเนินการตามแผนฟื้นฟูเยียวยาอย่างเป็นระบบ เพื่อนำพาประชาชนกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด


