วันนี้ (10 มี.ค.68) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตในเรือนจำของ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ว่า ได้เร่งรัดให้กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องนำหลักฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ออกมาเปิดเผยชี้แจง โดยเฉพาะในประเด็นที่ประชาชนและญาติสงสัย แต่จะต้องไม่ขัดกับหลักกฎหมายหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยขอให้แยกคดีนี้เป็น 2 ส่วน คือคดีการเสียชีวิต และคดีมูลเหตุจูงใจที่นำไปสู่การเสียชีวิต และ ส่วนที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ไปสังเกตการณ์การประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรรมเมื่อวานนี้นั้น ยังไม่มีรายงานเข้ามา โดยต้องให้เวลาทำงาน แต่ยืนยันว่าเรามีความเสียใจกับผู้สูญเสีย และสิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือความเป็นธรรม ซึ่งกระทรวงยุติธรรมก็จะมาช่วยดูแลเรื่องนี้
ส่วนการที่ครอบครัวยังคงติดใจการแถลงข่าวของกรมราชทัณฑ์ที่มีความขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ครอบครัวได้รับข้อมูลมานั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้ามีคนกลางไปสอบด้วยความรวดเร็ว และในคณะอนุกรรมการฯ ก็มีตำรวจอยู่ด้วย ซึ่งต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะคนกลางได้ แม้เรื่องจะเกิดขึ้นในเรือนจำก็ตาม ทางเรือนจำก็ต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจ
ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเรือนจำขัดขวางไม่ให้ตำรวจเข้าสอบปากคำ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ กรณีถูกทำร้ายร่างกาย มีใบรับรองทางการแพทย์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ชัดเจน ว่าถูกของแข็งกระแทกเข้าที่ลำตัวนั้น ถ้าตรวจสอบแล้วการกระทำเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานฯ กรมราชทัณฑ์มีมาตรการทางปกครองอยู่แล้ว และในส่วนของผู้คุมที่หากทำร้ายร่างกายนักโทษจริง ก็มีโทษทางวินัยขั้นร้ายแรง รวมถึงต้องดำเนินคดีอาญาโดยไม่ละเว้น แต่ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน พร้อมย้ำว่าตามระเบียบแล้ว หากเกิดการกระทำความผิดอาญาขึ้น ไม่ว่าจะส่วนไหนของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในเรือนจำ ตำรวจต้องสอบสวนได้หมด ระเบียบต่าง ๆ ต้องไม่ใหญ่กว่าสิทธิ์ประชาชน แต่อาจเป็นปัญหาเรื่องของการประสานงานที่คลาดเคลื่อน
ทั้งนี้ แม้อดีตผู้กำกับโจ้จะเสียชีวิตแล้ว แต่คดีอาญายังไม่สิ้นสุด เพราะผู้กระทำความผิดยังมีชีวิตอยู่จนกว่าจะหมดอายุความ โดยสามารถสอบสวนจากพยานหลักฐานอื่น เช่น พยานแวดล้อม กล้องวงจรปิด และพยานบุคคล ซึ่งเชื่อว่าไม่มีการปิดบังพยานหลักฐาน เพราะหลักฐานทั้งหมดที่ได้มา ก็มาจากเรือนจำ พร้อมย้ำว่ากรมราชทัณฑ์ควรนำกล้องวงจรปิดตัวเต็ม ที่ไม่ผ่านการตัดต่อมาเผยแพร่ และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ควรจะอนุญาตให้เผยแพร่ด้วย
ส่วนการที่ครอบครัวยังคงติดใจการแถลงข่าวของกรมราชทัณฑ์ที่มีความขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ครอบครัวได้รับข้อมูลมานั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้ามีคนกลางไปสอบด้วยความรวดเร็ว และในคณะอนุกรรมการฯ ก็มีตำรวจอยู่ด้วย ซึ่งต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะคนกลางได้ แม้เรื่องจะเกิดขึ้นในเรือนจำก็ตาม ทางเรือนจำก็ต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจ
ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเรือนจำขัดขวางไม่ให้ตำรวจเข้าสอบปากคำ ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ กรณีถูกทำร้ายร่างกาย มีใบรับรองทางการแพทย์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ชัดเจน ว่าถูกของแข็งกระแทกเข้าที่ลำตัวนั้น ถ้าตรวจสอบแล้วการกระทำเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานฯ กรมราชทัณฑ์มีมาตรการทางปกครองอยู่แล้ว และในส่วนของผู้คุมที่หากทำร้ายร่างกายนักโทษจริง ก็มีโทษทางวินัยขั้นร้ายแรง รวมถึงต้องดำเนินคดีอาญาโดยไม่ละเว้น แต่ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน พร้อมย้ำว่าตามระเบียบแล้ว หากเกิดการกระทำความผิดอาญาขึ้น ไม่ว่าจะส่วนไหนของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในเรือนจำ ตำรวจต้องสอบสวนได้หมด ระเบียบต่าง ๆ ต้องไม่ใหญ่กว่าสิทธิ์ประชาชน แต่อาจเป็นปัญหาเรื่องของการประสานงานที่คลาดเคลื่อน
ทั้งนี้ แม้อดีตผู้กำกับโจ้จะเสียชีวิตแล้ว แต่คดีอาญายังไม่สิ้นสุด เพราะผู้กระทำความผิดยังมีชีวิตอยู่จนกว่าจะหมดอายุความ โดยสามารถสอบสวนจากพยานหลักฐานอื่น เช่น พยานแวดล้อม กล้องวงจรปิด และพยานบุคคล ซึ่งเชื่อว่าไม่มีการปิดบังพยานหลักฐาน เพราะหลักฐานทั้งหมดที่ได้มา ก็มาจากเรือนจำ พร้อมย้ำว่ากรมราชทัณฑ์ควรนำกล้องวงจรปิดตัวเต็ม ที่ไม่ผ่านการตัดต่อมาเผยแพร่ และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ควรจะอนุญาตให้เผยแพร่ด้วย