วันนี้ 14 มี.ค.66 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดีไปยัง นายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สมัยที่ 3 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566
ฯพณฯ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง
ในโอกาสอันสำคัญที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกวาระหนึ่ง ข้าพเจ้าในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง และขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดีประสบความสำเร็จในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และภารกิจแห่งรัฐทุกประการการดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 3 ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้ นอกจากจะแสดงถึง จุดสำคัญในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของจีนให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังแสดงถึงศรัทธาและความเชื่อมั่น ของประชาชนในการเป็นผู้นำ และผลงานที่ผ่านมาของท่านในอดีต ประเทศจีนจะยังคงสืบสานฐานะความเป็นระบบเศรษฐกิจในระดับแนวหน้าและมีส่วนขับเคลื่อนความเจริญเติบโตในโลกอย่างสำคัญ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในวงกว้างอีกด้วย
ประเทศจีนและไทยมีสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดสนิทสนมมายาวนาน ข้าพเจ้ายังคงระลึกถึงการได้พบกับท่านประธานาธิบดี ระหว่างการมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเราได้ร่วมยืนยันความเชื่อมั่นในอนาคตถึงความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนให้กันและกัน ในกรอบแห่งความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
ไม่เพียงแต่การค้าและการลงทุน แต่ยังมุ่งความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน อันจะเพิ่มพูนประโยชน์สุขแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย ต่อไปในภายภาคหน้า
(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฯพณฯ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง
ในโอกาสอันสำคัญที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกวาระหนึ่ง ข้าพเจ้าในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง และขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดีประสบความสำเร็จในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และภารกิจแห่งรัฐทุกประการการดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 3 ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้ นอกจากจะแสดงถึง จุดสำคัญในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของจีนให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังแสดงถึงศรัทธาและความเชื่อมั่น ของประชาชนในการเป็นผู้นำ และผลงานที่ผ่านมาของท่านในอดีต ประเทศจีนจะยังคงสืบสานฐานะความเป็นระบบเศรษฐกิจในระดับแนวหน้าและมีส่วนขับเคลื่อนความเจริญเติบโตในโลกอย่างสำคัญ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในวงกว้างอีกด้วย
ประเทศจีนและไทยมีสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดสนิทสนมมายาวนาน ข้าพเจ้ายังคงระลึกถึงการได้พบกับท่านประธานาธิบดี ระหว่างการมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเราได้ร่วมยืนยันความเชื่อมั่นในอนาคตถึงความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนให้กันและกัน ในกรอบแห่งความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
ไม่เพียงแต่การค้าและการลงทุน แต่ยังมุ่งความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน อันจะเพิ่มพูนประโยชน์สุขแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย ต่อไปในภายภาคหน้า
(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


