xs
xsm
sm
md
lg

"ผู้ว่าฯชัชชาติ"ขอความร่วมมือประชาชน WFH วันฝุ่นพุ่ง ตั้งเป้าปีนี้ลด PM 2.5 ให้ได้ 30%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมด่วนร่วมกับนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายชัชชาติ กล่าวว่า อย่าสับสนระหว่างค่า PM 2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK และ Air4Thai กับค่า AQI ผ่านแอปฯ AirVisaul เพราะวัดไม่เหมือนกัน ค่า AQI จะมีการนำตัวชี้วัดคุณภาพอากาศตัวอื่นมารวมด้วย โดยกรุงเทพมหานครเน้นวัดค่า PM 2.5 ในรอบ 24 ชั่วโมง แม้ว่าวันนี้ตอนเช้าจะมีค่าฝุ่นสูง แต่ตั้งแต่ช่วงสายค่าฝุ่นลดลง เพราะเพดานอากาศยกตัวสูงขึ้น และมีแรงลมมากขึ้น

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครพยายามควบคุมการเกิดฝุ่น PM 2.5 การเผาชีวมวล มีการมอนิเตอร์จุดฮอตสปอตในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ตลอด ถ้าตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่จะเข้าไปควบคุมให้หยุดการเผาทันที รวมถึงการทำหนังสือส่งไปจังหวัดข้างเคียงให้ช่วยควบคุมการเผา พร้อมกับขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย อีกทั้งเพิ่มการตรวจควันดำ รวมถึงการตรวจแพลนท์ปูน ไซต์ก่อสร้าง ซึ่งทางรัฐบาลจะมีการปรับคุณภาพน้ำมันดีเซลให้เป็นมาตรฐานยูโร 5 ภายในมกราคม 2567 รวมถึงจะมีการปรับค่ามาตรฐานฝุ่น PM 2.5 ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากเดิมค่ามาตรฐานอยู่ที่ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้เป็น 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะเดียวกัน จากการพยากรณ์ค่าฝุ่นล่วงหน้าในวันที่ค่าฝุ่นสูง ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้บริการรถสาธารณะ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดกิจกรรมการก่อสร้าง การให้ทำงานที่บ้าน (Work from home) ในวันที่มีค่าฝุ่นตั้งแต่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่หากมีระดับ 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป จะมีการขอความร่วมมือให้เข้มข้นขึ้น รวมถึงจำกัดการใช้รถยนต์

นายชัชชาติ กล่าวว่า การกลับไป Work from home ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนมีประสบการณ์อยู่แล้ว มีความคุ้นเคย การขอความร่วมมือไปเชื่อว่าน่าจะได้ และเป็นประโยชน์กับพนักงาน ไม่ต้องเอาสุขภาพมาเสี่ยง ซึ่งตั้งเป้าไว้ 60%

อย่างไรก็ตาม ต้องมีการป้องกันฝุ่นด้วยตนเอง ด้วยการสวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากอนามัย ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีการแจกหน้ากากให้กับคนกลุ่มเปราะบางด้วย ส่วนมาตรการระยะยาว เปลี่ยนการใช้รถยนต์ส่วนตัว เป็นการใช้รถสาธารณะ การใช้รถพลังงานสะอาด

ด้านนายปิ่นสักก์ ยืนยันว่า กรมควบคุมมลพิษไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นให้มากที่สุด ซึ่งได้มีการประชุมระดับรัฐมนตรี 5 ประเทศในการลดฝุ่น โดยในปีที่แล้วตั้งเป้าให้ลดลง 20% แต่ลดได้เกินเป้าถึง 23% ส่วนในปีนี้มีการตั้งเป้าให้ลดลง 30%

ส่วนเรื่องลดไฟป่า กรมควบคุมมลพิษได้ทำโครงการ "ชิงเก็บลดเผา" โดยจะมีการชิงเผาป่าก่อนตามหลักวิชาการ พร้อมตั้งวอร์รูม 77 จังหวัด ส่วนการลดเผาชีวมวลจะใช้วิธีสร้างรายได้จากการขายเศษชีวมวล รวมถึงการใช้น้ำมันที่มีกำมะถันต่ำ ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้แอปฯ AirBKK และ Air4Thai ดูค่าฝุ่นเพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตประจำวัน