xs
xsm
sm
md
lg

หอการค้าฯ เสนอขยายเวลาลดส่งเงินสมทบประกันสังคมอีก 3 เดือน ลดผลกระทบโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 และมีมาตรการเยียวยา ดูแลประชาชนกลุ่มภาคแรงงาน ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกลับมาฟื้นฟูและเปิดประเทศได้โดยเร็วนั้น ทางหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้รับข้อร้องเรียนจากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ถึงสภาพปัญหาการดำเนินธุรกิจในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพากำลังแรงงาน ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงมีหนังสือข้อเสนอเป็นการเร่งด่วนไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ได้ขยายมาตรการช่วยเหลือการหักเงินสมทบประกันสังคมต่อไปอีก 3 เดือน คือระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2564 หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และประคองการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรี รมว.แรงงาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ที่ได้นำข้อเสนอของหอการค้าไทย เรื่องมาตรการด้านแรงงานในสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้นำเสนอต่อกระทรวงแรงงาน โดยได้ออกเป็นมาตรการที่สำคัญ เช่น มาตรการเชิงรุกในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงแรงงาน ทั้งคนไทยและต่างด้าว มาตรการเร่งรัดจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตน มาตรการเยียวยาผู้ประกันตนและนายจ้างได้รับความช่วยเหลือในพื้นที่ 29 จังหวัด มาตรการ Factory Sandbox มาตรการผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติ กลุ่มมติ 20 สิงหาคม 2562 และกลุ่มมติ 4 สิงหาคม 2563 ให้สามารถทำงานต่อในราชอาณาจักรไทยได้ และมาตรการลดหย่อนการส่งเงินสมทบประกันสังคมของนายจ้าง ลูกจ้างกลุ่มผู้ประกันตน ตั้งแต่มีนาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน

นายพจน์ กล่าวว่า มาตราการดังกล่าวที่ดำเนินการมานั้น ส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการจ้างงานจากการได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้งยังช่วยผู้ประกอบการบรรเทาภาระด้านสาธารณสุขของแรงงานและผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง หรือเกิดความเสียหายในระบบธุรกิจน้อยที่สุด เพื่อรักษาไว้ซึ่งการจ้างงานในประเทศ