นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งขณะนี้น้ำในทางระบายน้ำฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์ ค่อยๆ มีระดับสูงขึ้นและจะไหลลงด้านท้ายประมาณ 200-250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะถึงตัวเมืองเพชรบุรีในช่วงเย็นวันนี้ น้ำจะเริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำและริมฝั่งแม่น้ำบางจุดมีน้ำล้นตลิ่ง 20-30 เซนติเมตร และค่อยๆ สูงขึ้นประมาณ 50-70 เซนติเมตร ซึ่งไม่ต่างจากระดับน้ำปี 2560 มากนัก
สำหรับการพร่องน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งขณะนี้เต็มความจุอ่างมีความจำเป็น เนื่องจากจะต้องเพิ่มพื้นที่รองรับฝนที่จะตกลงมาใหม่ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ซึ่งระบุว่าประเทศไทยจะมีฝนตกชุกไปจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม จึงได้ติดตั้งกาลักน้ำเพิ่มอีก 10 ชุด รวมเป็น 22 ชุด หากติดตั้งเสร็จจะสามารถระบายน้ำประมาณ 1,700,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน นอกจากนี้ ยังติดตั้งเครื่องสูบน้ำ Hydro Flow 6 เครื่อง และจะเร่งติดตั้งให้ครบ 20 เครื่อง ขณะที่การระบายน้ำสปิลเวย์วันละประมาณ 950,400 ลูกบากศ์เมตร ระดับน้ำที่ล้นผ่านสปิลเวย์จะทยอยสูงขึ้นจนสูงสุดในวันที่ 10 สิงหาคม อยู่ที่ระดับ 50 เซนติเมตร รวมปริมาตรน้ำจะไหลผ่านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน 200-250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้แม่น้ำเพชรบุรีมีปริมาตรน้ำผ่านสูงสุดวันที่ 12 สิงหาคม
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับแนวทางบริหารจัดการน้ำ จะหน่วงน้ำหน้าเขื่อนแก่งกระจาน แล้วตัดน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้ายและฝั่งขวา รวม 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และผันเข้าคลองระบาย D9 ในอัตรา 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้ง 2 ส่วนตัดน้ำก่อนถึงเขื่อนเพชร 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อน้ำไหลถึงเขื่อนเพชรที่กั้นแม่น้ำเพชรบุรี จะใช้เขื่อนเพชรเป็นเครื่องมือหน่วงน้ำ โดยระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชร 140-160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการพร่องน้ำแม่น้ำเพชรบุรีเตรียมไว้แล้ว ประกอบกับการเสริมคันกั้นน้ำจะไหลผ่านหนองอำเภอหญ้าปล้อง ท่ายาง บ้านลาด โดยไม่มีผลกระทบและจะไหลผ่านเมืองเพชรบุรี ซึ่งมีความกว้างของแม่น้ำเพชรบุรีไม่มากรับน้ำได้ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชนประมาณ 50 เซนติเมตร โดยคาดว่าน้ำจะท่วมประมาณ 2 สัปดาห์ และจะลดลงตามลำดับ
สำหรับมาตรการระบายน้ำออกทะเล เพื่อลดระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเมืองเพชรบุรีนั้น ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 44 เครื่องเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์น้ำ หากระดับน้ำแม่น้ำเพชรบุรีสูงขึ้น ก็พร้อมที่จะเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานและขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด