xs
sm
md
lg

คำต่อคำ : ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (12 มกราคม 2561)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

..
สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.2561 นี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานคติธรรมลงในหนังสือวันเด็กของกระทรวงศึกษาธิการ มีใจความสำคัญกล่าวถึงพิธีการครองตนเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกคนพิธีหนึ่งเรียกว่า อัตถจริยา ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ การประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น อาทิ การช่วยเหลือทำงานสร้างสรรค์เพื่อสังคม ด้วยความตั้งใจ ด้วยความดีงาม และมีสติปัญญา

สำหรับหนังสือวันเด็กแห่งชาติปีนี้ชื่อ ฮีโร่ตัวจิ๋ว จะมีเนื้อหาภายในเล่มคือ การนำเสนอเรื่องราวดีๆ ของเยาวชนไทยที่คัดเลือกมาจากทั่วภูมิภาคของประเทศ ที่ให้ทั้งความสนุกสนาน และจินตนาการ อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กไทยให้รู้รักสามัคคี ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวง รัชกาลที่ ๙ ในการทำความดี และสืบสานรักษาต่อยอดสิ่งที่ดีงาม ตามพระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสอดคล้องกับปัจจุบันนิยม ได้แก่ โครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ และในโอกาสเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราโชวาทสำหรับเด็กและเยาวชนความว่า

"บ้านเมืองเรามีสิ่งดีงามมากมายที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ให้เรา เด็กทุกคนผู้เป็นอนาคตของชาติ จึงมีหน้าที่สืบสาน และรักษาสิ่งดีงามเหล่านั้นไว้ พร้อมทั้งสร้างเสริมพัฒนาให้เจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป" ผมขอให้ลูกหลานไทยทุกคนได้น้อมนำคติธรรม และพระราโชวาทที่ได้กล่าวมานั้น ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิต และในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนเป็นกำลังสำคัญที่จะพาบ้านเมืองไทยให้รุ่งเรืองสืบไปได้อย่างบริบูรณ์ในภายภาคหน้า เนื่องจากผู้ใหญ่ในวันนี้ได้ช่วยกันปลูกฝัง และสร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้หนักแน่นในคุณธรรม อย่างน้อยที่สุดขอให้เด็กๆ รู้สึกอิ่มเอม และเบิกบานใจทุกครั้งที่ได้ทำความดี ได้สร้างคุณประโยชน์แก่ส่วนรวม โดยไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อย หรืออุปสรรคใดๆ และขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า พลังแห่งความศรัทธาจากจุดเล็กๆ จากคนตัวเล็กๆ และเมื่อรวมตัวกันด้วยพลังสามัคคีแล้ว ย่อมมีอานุภาพสูง ผมอยากให้ลูกหลานของเราได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ใช้พลังเหล่านั้นเพื่อสังคม และประเทศชาติในทางที่ถูก

สำหรับคำขวัญของนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้คือ "รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี" ซึ่งผมเห็นว่า ศักยภาพของเด็กไทย เราไม่ได้ย่อหย่อนกว่าเด็กชาติไหนในโลก ยกตัวอย่างตัวแทนนักเรียนอาชีวศึกษาของเรา สามารถสร้างชื่อคว้าแชมป์การแข่งขันแกะสลักหิมะน้ำแข็งนานาชาติ ประจำปี 2561 ที่ประเทศจีน สร้างสถิติรักษาแชมป์สมัยที่ 2 ให้กับทีมตนเอง และสมัยที่ 9 ให้กับประเทศไทยอย่างน่าชื่นชม ทั้งๆ ที่บ้านเราก็ไม่มีหิมะตก และอากาศไม่หนาวมากจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง แต่เราก็มีพลังความคิดสร้างสรรค์ สามารถจะสะท้อนศิลปะไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติผ่านก้อนน้ำแข็ง โดยให้ชื่อผลงานว่า อาชา-ปักษา-มัจฉา-วารี หรือ ม้า นก ปลา และน้ำ อันสะท้อนถึงความเป็นชาติไทย และคนไทย คือความเจริญก้าวหน้า และมีอิสระเสรี ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความสุข

จากคำขวัญวันเด็กที่มอบให้ ผมอยากให้เด็กไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของเราเองได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเด็กของเราขาดซึ่งครูที่มากด้วยคุณภาพและศักยภาพ เพราะครู นักเรียน มีความผูกพันกันเชื่อมโยงกันเหมือนเหตุและผล เมื่อเหตุดี ผลก็งดงามตามมาด้วย

ดังนั้น ผมจึงขอมอบคำขวัญวันครู ครั้งที่ 62 ประจำปี 2561 ที่จะตรงกับวันที่ 16 มกราคม 2561 ว่า "ศิษย์ดี ก็ด้วยครูดี มีศรัทธา" คือ ต่างฝ่ายต่างมีศรัทธาให้แก่กันและกัน ที่สำคัญทั้งสองฝ่ายต้องมีศรัทธาในสิ่งที่ทำคือ ความดี และการสร้างคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวม และประเทศชาติ

ในโอกาสนี้ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ขอขอบใจเยาวชนลูกหลานจากทั่วประเทศ ที่มีน้ำใจส่ง ส.ค.ส.อวยพรปีใหม่ถึงนายกรัฐมนตรี ถึงลูกตู่ ซึ่งความปรารถนาเหล่านั้นจะช่วยสร้างกำลังใจให้กับผมในการทำงาน เพื่อพวกเราทุกคน เพื่อประเทศชาติ ทำให้ผมรู้สึกว่า เรามีความใกล้ชิดกัน สัมผัสกันได้ และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอให้พรอันประเสริฐเหล่านั้น ส่งผลเกื้อหนุนให้ทุกคน และครอบครัวมีความสุข ความเจริญด้วยเช่นกัน

สำหรับงานวันเด็กแห่งชาติวันพรุ่งนี้ ณ ทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ชื่องาน "เด็กไทยก้าวไกลด้วยเทคโนโลยี” ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมของกระทรวง และหน่วยงานต่างๆ ที่นำมาจัดแสดง ภายในบริเวณงาน และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นประจำทุกปี

สำหรับการจัดงานของหน่วยงานราชการ บริเวณใกล้เคียง มีกระทรวงศึกษาธิการฝั่งตรงข้ามถนนราชดำำเนิน สวนสัตว์ดุสิตที่เปิดให้ชมฟรี หรือศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดให้มี"ฟิน ฟอร์ ฟัน แคมปิ้ง”ก็น่าจะเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ ทำให้เข้าใจเรื่องการวางแผนการเงิน และวินัยการออม เป็นเรื่องเข้าใจง่ายๆ ปฏิบัติได้จริง ผ่านเกมสนุกๆ สำหรับเด็กๆ ที่เหมาะสมกับวัยด้วย ยิ่งมีคำว่า ฟิน ง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องการเงินนั่นแหละครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนได้เรียนรู้

พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับ วันเด็กปีนี้ รัฐบาลไม่เพียงแต่จะมีคำขวัญ หรือการจัดงานตามปกติเท่านั้น แต่เราได้เตรียมของขวัญสำหรับเด็ก หรือสังคมไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้จัดการให้มีสถาบันวิทยุเด็กและครอบครัวเป็นช่องทางจำเพาะที่มีรายการหลากหลาย เพื่อเยาวชนทุกช่วงวัยและครอบครัว ปัจจุบันประเทศของเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ ในขณะที่อัตราการเกิดในบ้านเราน้อยลง คือเด็กเกิดน้อยลง ในจำนวนที่ลดลงนี้กลับมีอัตราการเกิดและการท้องที่ไม่พร้อมกันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งคนรุ่นใหม่ แม้จะมีความพร้อมทางเศรษฐกิจ แต่อาจจะไม่ประสงค์จะมีลูก หรือไม่อยากจะแต่งงาน ฉะนั้นบ้านเราก็มีปัญหาซ้ำเติมเป็นสองชั้น คือนอกจากเด็กจะเกิดน้อยลงแล้ว จะมีความเสี่ยงที่เด็กเกิดมาน้อยนั้นด้อยคุณภาพ อาจจะส่งผลต่อแรงงานของชาติในอนาคตด้วย

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ด้วยเด็กๆก็คืออนาคตของชาติ จะทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดมา แม้จะน้อยลงแต่มากด้วยคุณภาพ เพราะพวกเขาต้องเติบโต กลายมาเป็นกำลังหลักในยุคต่อไป ยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีดิจิตัลเต็มบ้านเต็มเมือง ยิ่งต้องตระหนักและช่วยกันดูแลลูกหลานของเราให้รู้เท่าทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตามที่ผมได้กล่าวไว้ในคำขวัญวันเด็กแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่เด็กเล็กให้รู้เท่าทัน ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

เด็กบางคนที่ติดเกม ต้องเป็นการเล่นเกมที่เกิดประโยชน์ หรือฝึกทักษะ แบบนี้เราก็สามารถจะส่งเสริมให้ถูกทางได้ แต่ถ้าเป็นเกมที่มอมเมาแล้ว พ่อแม่ครูอาจารย์ต้องช่วยกันป้องกันแก้ไข สังคมและสื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกหลานไทยด้วย

เรื่องนี้สำคัญมาก โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้บัญญัติถึงความสำคัญกับเด็กเล็กไว้เป็นครั้งแรก ในมาตรา 54 วรรค 2 ว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็ก ได้รับการดูแล และพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อจะพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย อีกทั้งยังเขียนกำชับไว้ในหมวดปฏิรูปอีกต่างหาก รัฐบาลจึงจะให้ของของขวัญวันเด็ก แก่เด็กและครอบครัว โดยการมอบความรู้ที่ถูกต้อง เหมาะสม กับพัฒนาการของเด็กทุกช่วงวัย ด้วยการนำร่องทำสถานีวิทยุเด็ก และครอบครัว โดยไม่มีรายการอื่นปะปน ผมได้มอบนโยบายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งศึกษาหาแนวทางการดำเนินการมาเสนอ โดยให้เริ่มออกอากาศในทันทีที่พร้อม ซึ่งจะออกอากาศไม่ทันในวันเด็กนี้ แต่คาดว่าจะทันในวันครอบครัวในเดือนเมษายนปีนี้แน่นอน

สิ่งที่ผมต้องให้นโยบายเป็นพิเศษ เพราะรู้ว่ารายการทางสื่อนั้น ที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะรายการเด็กไม่อาจจะเปรียบเทียบได้กับความสำเร็จทางธุรกิจ ที่อาจจะวัดกันด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ และผลกำไร ที่เป็นเงินตรา จึงอาจจะมุ่งเน้นนำเสนอรายการบันเทิงเริงรมย์ ซึ่งก็ไม่ได้เสียหาย เพียงแต่ว่าเราต้องมีทั้งสองอย่างควบคู่กันไปด้วย ฉะนั้นในทางธุรกิจอาจจะแข่งขันกันไม่ได้ หรือไม่มีรายได้ที่มีผลต่อการประกอบการ ฉะนั้นการที่จะผลิตสื่อสำหรับเด็กและครอบครัวนั้น มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะวัดความสำเร็จด้วยคุณภาพชีวิตและศักยภาพของชาติได้

ซึ่งเราก็ไม่อาจจะสะท้อนได้เพียงจีดีพีเท่านั้น เราต้องคำนึงถึงความสุขของคนในชาติเป็นสำคัญ ดังนั้นรัฐบาลนี้จึงเข้ามาสนับสนุนและให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการเอง ในส่วนที่เอกชนไม่ลงทุน เช่นเดียวกับโครงการเน็ตประชารัฐถึงทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ สิ่งที่กล่าวมานี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา และการปฏิรูปสื่อมวลชน และระบบดิจิตัลเทคโนโลยีด้วย

พี่น้องประชาชนที่รัก สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินการด้านกระบวนการยุติธรรมเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองทำให้สังคมน่าอยู่ เป็นที่ยอมรับของสากล และนานาประเทศ เป็นอีกงานหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด มีผลการดำเนินงานตามภารกิจด้านกระบวนการยุติธรรมนี้ ประกอบไปด้วยนโยบายหลัก 6 ประการ

1. การป้องกันและการปราบปรามยาเสพติด ที่ผ่านมานั้นนับว่ามีสถานการณ์น่าเป็นห่วง เห็นได้จากสถิติผู้ต้องขังคดียาเสพติดทั่วประเทศ มากถึงร้อยละ 72 ของผู้ต้องขังทั้งหมด รัฐบาลนี้จึงต้องเร่งดำเนินการ และใช้มาตรการที่เข้มงวด โดยใน 9 เดือนแรกของปี 2560 สามารถจับกุมและดำเนินคดีผู้ต้องหา ในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้ถึง 2 แสนกว่าราย

นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่เราภาคภูมิใจ แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความหนักหน่วงของปัญหา ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในการขับเคลื่อนประเทศของเราในอนาคต รวมความวันนี้ด้วย

รัฐบาลนี้ และ คสช.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว ทั้งการป้องกันที่ต้นเหตุ และการปราบปรามเพื่อระงับเหตุ กล่าวคือ ในการป้องกันปัญหาคือการสร้างภูมิคุ้มกันแต่เนิ่นๆในกลุ่มเด็กและเยาวชน มีการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัย ให้เห็นโทษของยาเสพติด เสริมสร้างทักษะชีวิต และจัดให้มีนักเรียนแกนนำสำหรับดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้ลูกหลานของเราห่างไกลยาเสพติด

สำหรับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ได้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจผ่านโครงการ โรงงานสีขาว และการป้องกันยาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน ผ่านกลไกประชารัฐ

ในส่วนของการปราบปรามยาเสพติดนั้น เราก็ได้กระชับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปฏิบัติการเชิงรุก ทั้งแหล่งผลิตสกัดกั้นเส้นทางขนย้ายเข้าสู่ชายแดนไทย ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ข่าวกรอง เพื่อร่วมกันปราบปรามทำลายขบวนการค้ายาทั้งภายนอกและภายในประเทศ

ที่สำคัญอีกด้านก็คือ โครงการฟื้นฟูผู้ติดยา เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ให้สามารถกลับมาเป็นคนดีที่มีคุณภาพ ประกอบสัมมาอาชีพ เพื่อเลี้ยงปากท้องของตนเองและครอบครัวได้ต่อไป สิ่งที่รัฐบาลทำได้ก็คือการสร้างบรรยากาศปลอดภัยจากยาเสพติด นอกรั้วบ้าน

ส่วนในทุกหลังคาเรือนนั้น ความอบอุ่นในครอบครัว ก็จะเป็นเกราะป้องกันลูกหลานของเรา ให้รอดพ้นสิ่งเสพติดและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งผู้ที่เคยผิดพลาดในอดีตและผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในวัยคึกคะนอง

2.คือการสร้างความปลอดภัยและสงบสุขในสังคม พบว่าในปี 2560 ที่ผ่านมามีการรับแจ้งคดีอาญาลดลง จากปี 2559 ร้อยละ 10 โดยฝ่ายความมั่นคงก็ได้เน้นการป้องกันที่ต้นเหตุ เช่น การสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเด็กและเยาวชน ไม่ให้กระทำผิดทางอาญา ไม่มั่วสุมแข่งรถ ไม่รวมกลุ่มตีกัน รวมถึงสนับสนุนการศึกษา ทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

โดยร่วมกันป้องกันการกระทำผิดของเยาวชน การแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูผู้กระทำผิดอย่างยั่งยืน โดยการฝึกอาชีพสอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงาน เช่น โครงการประชารัฐ พัฒนาผู้ต้องขังสู่ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งติดตามช่วยเหลือปรึกษาต่อเนื่อง เหล่านี้ นอกจากสามารถช่วยลดการกระทำผิดซ้ำแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพลเมืองดีให้กับบ้านเมืองด้วย ช่วยให้โอกาสกันด้วย ช่วยกันดูแลให้โอกาสคนเหล่านี้ด้วย

3. คือการยกระดับความยุติธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ในปี 2559 ไทยมีหลักดัชนียุติธรรม อยู่ในลำดับที่ 46 จาก 143 ประเทศ โดยแม้เราจะมีคะแนนสูงสุดในด้านความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย เรายังต้องปรับปรุงในหลักกระบวนการยุติธรรม ด้านประสิทธิภาพของระบบ และกลไกการดำเนินการ โดยเฉพาะด้านคดีอาญา ที่ผลการประเมินอยู่ลำดับที่ 11 จาก 15 ประเทศในภูมิภาค

ที่ผ่านมา รัฐบาลเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำของช่องว่างในทุกขั้นตอน อีกทั้งยังสนับสนุนและให้มีการประกาศใช้กองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับความเป็นธรรมให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นโจทก์หรือจำเลยจะมีทุนรอนดำเนินคดีต่างๆ เช่น เงินประกันตัวเพื่อกลับมาดูแลครอบครัว มีเงินจ้างทนายไว้ปรึกษาคดีความ รวมถึงหาหลักฐานอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ตัวในชั้นศาล โดยในปี 2560 มีผู้ได้รับการอนุมัติให้ใช้เงินกองทุนยุติธรรมจำนวน 2,500 กว่าราย

นอกจากนี้ ยังพัฒนาองค์ความรู้ด้านกระบวนยุติธรรมในพื้นที่ การช่วยประชาชนในการจ่ายค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยคดีอาญาเกือบ 12,000 ราย รวมทั้งจัดตั้งคลินิกยุติธรรม ปัจจุบันมี 86 แห่งทั่วประเทศ และให้ความช่วยเหลือประชาชนไปแล้วราว 44,000 ราย ด้วย นี่เกิดปี 2558 เป็นต้นมา

4. การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้ทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคม และความต้องการของประชาชน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ บุคลากร ในการดำเนินความยุติธรรมให้แก่ประชาชน การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการวิจัยนวัตกรรม เพื่อให้การบริการประชาชน และยังเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน อาทิ การพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล การเพิ่มระบบการเยี่ยมผู้ต้องขัง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

5. การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้านความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ที่ไทยถูกจัดให้อยู่ดับกลุ่ม 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองของสหรัฐฯ หมายถึงเราถูกประเมินไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของการจัดการค้ามนุษย์ให้ครบถ้วน ซึ่งผมให้ความสำคัญเร่งด่วนต่อเนื่อง จัดให้เป็นวาระแห่งชาติ มีแผนแม่บทในการดำเนินการอย่างชัดเจน โดยจะต้องพัฒนาข้อมูลให้ดีขึ้น มีการเอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในกระบวนการค้ามนุษย์ มีการสร้างกลไกการแจ้งเหตุ รวมทั้งมีการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันเราต้องเร่งประสิทธิภาพในการบริหารจัดการจ้างงาน แรงงานต่างด้าว รวมถึงร่วมมือกับภาคเครือข่ายในการป้องกันปัญหาระยะต่อไปอีกด้วย

อีกปัญหาคือ เรื่อง หนี้นอกระบบที่ผมเคยเอ่ยถึงบ่อยๆ เพราะถือเป็นภาระของพี่น้องประชาชนที่แก้ไขยาก พี่น้องผู้มีรายได้น้อยต้องประสบปัญหารายได้ต่ำ ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้หนี้จนทำให้เกิดความมั่นคงทางสังคม ซึ่งภาครัฐมีมาตรการระยะสั้นในการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ รวมถึงปรับโครงสร้างหนี้ ระยะยาว ต้องเร่งสร้างรายได้และการออมอย่างมีวินัยด้วย ต้องช่วยกัน

6. การเสริมสร้างความปรองดองอย่างสมานฉันท์ ไม่ขัดแย้ง การจัดตั้งศูนย์ประสานงานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ประกันสังคม สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายต่างๆ ในการที่จะสร้างสภาวะที่เอื้อในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เสริมสร้างสังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพกติกา ปลูกฝังสันติวัฒนธรรม หรือ วัฒนธรมการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับชาติ และได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความสมานฉันท์และสันติวิธีแห่งชาติขึ้น โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นต่างๆ ด้วยเหตุผล การรับฟัง สังคมเข้มแข็ง มีกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส บนพื้นฐานของความไว้วางใจ และปลูกฝังให้ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความสงบสุข การอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ หรือปฏิรูปประเทศต่อไปในทุกด้าน

ทั้งนี้ ในก้าวต่อไปของประเทศไทยนั้น นอกจากจะปรับปรุงและพัฒนางานด้านยุติธรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ให้ได้ผลเป็นรูปธรรมแล้ว รัฐบาลได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เคยทรงให้สติ ย้ำเตือนความรับผิดชอบของรัฐบาลและข้าราชการทุกคน ดังนี้

"... หลักที่ว่าทุกคนต้องทราบถึงกฎหมาย และต้องทำตามกฎหมายนั้น รู้สึกว่าบางครั้งก็ใช้ไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายไม่ถึงประชาชน ต้องนึกบ้างว่าเป็นความผิดทางราชการ ที่ไม่สามารถจะนำกฎหมายไปให้ถึงประชาชน ..."

ดังนั้น ผมขอย้ำให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ที่มีกฎหมายในความรับผิดชอบของตนเอง ในการบังคับใช้ เราจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายนั้นๆ แบบเชิงรุก ล่วงหน้า เพื่อการบังคับที่ถูกต้อง ไร้ข้อสงสัย อีกทั้งให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้สิทธิพื้นฐาน คำปรึกษา และการให้บริการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม ซึ่งกฎหมายสำคัญอันเป็นวาระของชาติสำหรับปีใหม่นี้ นอกจากจะเรื่องการเลือกตั้งแล้ว ก็ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ ผมอยากให้ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญ ภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้อย่างทั่วถึง ภาคประชาชนเองก็ต้องตระหนักและขวนขวายด้วยเช่นกัน เพราะนี่มันจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยที่พวกเราทุกคนรอคอยมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ สำคัญต่ออนาคตของบ้านเมือง โดยเฉพาะลูกหลานในวันข้างหน้า เยาวชน นักศึกษา ก็ไม่เร็วเกินไปที่จะให้ความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วม เพราะอนาคตของชาติก็คือชีวิตของท่านในวันข้างหน้า

สุดท้ายนี้ ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ในวันพรุ่งนี้ ผมคิดว่าเราจะต้องมีการเตรียมตัว ก็คือการเตรียมคนไทย เตรียมประเทศไทย เพื่อจะรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่โลกาภิวัตน์ ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล และบริบททางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของโลก จึงนับเป็นความท้าทายของพวกเราทุกคน และทุกรัฐบาล นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สิ่งสำคัญ หากเราไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงพัฒนาตนเอง โดยคิดใหม่ มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้า ก้าวไกล อย่างมีทิศทาง เป้าหมายชัดเจน เพื่ออนาคตแล้ว มันก็อาจจะเกิดปัญหาที่แก้ไขไม่ทันการณ์ก็ได้ ดังนั้น ผม ในนามของนายกรัฐมนตรี คสช. ก็อยากจะเชิญชวนเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ได้ออกมาช่วยกันกำหนดอนาคตของประเทศชาติให้ได้ ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พร้อมกับการปฏิรูปประเทศในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับบ้านเมืองของเราในวันนี้และในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นเราที่เป็นคนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะขับเคลื่อนประเทศของเราต่อไป

สำหรับสัปดาห์หน้า วันที่ 17 มกราคมนี้ ผมมีกำหนดการลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลให้ความสนใจเป็นพิเศษอีกจังหวัดหนึ่ง เนื่องจากลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ และสภาพปัญหาที่มีความแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ของไทย รายละเอียดและผลการพบปะพี่น้องประชาชน รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ นั้น ผมจะนำมาเล่าให้ฟังในวันศุกร์หน้า ขอบคุณนะครับ

สำหรับในวันเด็กนี้ มันก็มีการแสดง การสาธิตต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้นก็ขอให้ปลอดภัย ทั้งผู้ที่มาเที่ยวงาน ทั้งผู้ที่สาธิต การฝึก หรือการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ก็ขอให้ทุกคนปลอดภัย อย่าให้มีอันตราย อย่าให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ระมัดระวังไว้ด้วย ทุกอย่างที่มีความเสี่ยง ขอให้ทุกคนปลอดภัย และก็ขอให้เด็กไทยทุกคน ครอบครัวทุกคนมีความสุข

อีกประการหนึ่ง การที่ผมออกมาพูดวันศุกร์ ผมพูดมาสามปีกว่าแล้ว หลายคนก็อาจจะไม่ได้ติดตาม หรืออาจติดตามน้อย หรือติดตามแล้วไม่เข้าใจ ผมคิดว่าบางครั้งผมอาจจะใช้คำพูดที่ยากเกินไป หรือมีเรื่องมากเกินไป บางคนก็รู้สึกเบื่อ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดวันนี้ ถ้าใครที่สนใจ อาจจะไม่ได้ฟังผมในการพูดในวันศุกร์ ในเวลาเหล่านี้ ถ้าสนใจอยู่ก็สามารถเปิดดูได้ในเว็บไซต์ของรัฐบาล ซึ่งจะออกหลังจากรายการออกไปแล้วทุกครั้ง อีกประการหนึ่งก็ในสื่อ ผมเห็นมีสื่อหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ซึ่งจะสรุปคำพูดของผมทั้งหมด ทุกคำพูดของผม ในหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันเสาร์ ใครที่สนใจก็ขอให้ติดตามได้ จะมีทุกคำพูด ไม่ใช่ตัดตอนมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเดียว ก็อยากให้ทุกคนได้ฟังในรายละเอียดทั้งหมด ว่าที่ผมพูดมามันมีความมุ่งหมายอะไร มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และทำเพื่อใคร ผมไม่อาจจะไปอ้างว่าเรามาทำประโยชน์แล้วทุกคนต้องรักผม ไม่ใช่ ผมอยากให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน เข้าใจถึงความมุ่งมั่น ความปรารถนาดีที่เรามีต่อกัน หากว่ามีอะไรที่ยังมีปัญหาอยู่ก็ขอให้ติดต่อสอบถามมาทางทำเนียบรัฐบาลได้ มีคำแนะนำอะไรต่างๆ ก็ตาม ผมเห็นมีคำแนะนำที่มีประโยชน์มากมายในการไปตอบคำถามของผมด้วย 4 ข้อ 6 ข้อ ก็ยังมีการตอบอยู่ในขณะนี้ หลายอย่างผมก็นำมาปรับใช้ ขอขอบคุณทุกคนที่ให้คำแนะนำมา และติดตาม

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับผู้ที่ส่งบัตรอวยพรให้กับผม ทั้งในช่วงปีใหม่ และในช่วงวันเด็ก ขอบคุณทุกคนนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงวันเด็กแห่งชาติ และในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ปลอดภัยทุกคน สวัสดีครับ