นายแพทย์มนูญ ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โดยตั้งแคมป์และนอนกางเต็นท์กลางป่า ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีโอกาสถูกยุงกัดเสี่ยงต่อการป่วยเป็นไข้มาลาเรีย เนื่องจากยุงก้นปล่องนำเชื้อไข้มาลาเรียมาสู่คนได้ โดยหลังจากถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรียกัดประมาณ 10-14 วัน จะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หนาวสั่นสลับร้อน เหงื่อออก รู้สึกสบายแล้วกลับมาเป็นไข้ใหม่อีกครั้ง ให้ผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ป่วยเป็นไข้มาลาเรีย พร้อมรีบไปพบแพทย์เจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย และต้องแจ้งประวัติการเข้าป่าหรือไปบริเวณพื้นที่เสี่ยงให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อให้การรักษารวดเร็ว เพราะหากช้าจนมีอาการแทรกซ้อนร้ายแรงทำให้เสียชีวิตได้
นอกจากนี้ การกางเต็นท์ หรือตั้งแคมป์ในป่าให้ระมัดระวังตัวไรอ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคคับไทฟัส หรือไข้รากสาดใหญ่ ที่อาศัยในขนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู กระแต และชอบกัดมนุษย์บริเวณขาหนีบ เอว ลำตัวแถวใต้ราวนม รักแร้ จะปล่อยเชื้อริกเก็ตเซียเข้าสู่คน ทำให้ผู้ที่ถูกกัดมีไข้สูง ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะบริเวณขมับ และหน้าผากอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา มีแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้มีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋มแต่ไม่คัน และผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20 อาจมีอาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการไปเที่ยวป่ากางเต็นท์นอนควรเลือกที่ตั้งค่ายพักในบริเวณโล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่ง และนอนบนพื้นหญ้า แต่งกายให้มิดชิด สวมถุงเท้าหุ้มไปจนถึงปลายขากางเกง ทายากันยุง และยาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา และควรสังเกตอาการของตนเอง หากกลับจากเที่ยวป่ากางเต็นท์นอนภายใน 2 สัปดาห์ และพบมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อแพทย์ให้การรักษาได้อย่างถูกวิธี
นอกจากนี้ การกางเต็นท์ หรือตั้งแคมป์ในป่าให้ระมัดระวังตัวไรอ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคคับไทฟัส หรือไข้รากสาดใหญ่ ที่อาศัยในขนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู กระแต และชอบกัดมนุษย์บริเวณขาหนีบ เอว ลำตัวแถวใต้ราวนม รักแร้ จะปล่อยเชื้อริกเก็ตเซียเข้าสู่คน ทำให้ผู้ที่ถูกกัดมีไข้สูง ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะบริเวณขมับ และหน้าผากอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา มีแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้มีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋มแต่ไม่คัน และผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20 อาจมีอาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการไปเที่ยวป่ากางเต็นท์นอนควรเลือกที่ตั้งค่ายพักในบริเวณโล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่ง และนอนบนพื้นหญ้า แต่งกายให้มิดชิด สวมถุงเท้าหุ้มไปจนถึงปลายขากางเกง ทายากันยุง และยาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา และควรสังเกตอาการของตนเอง หากกลับจากเที่ยวป่ากางเต็นท์นอนภายใน 2 สัปดาห์ และพบมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อแพทย์ให้การรักษาได้อย่างถูกวิธี