xs
xsm
sm
md
lg

คำต่อคำ : คืนความสุขให้คนในชาติ 19 กุมภาพันธ์ 2559

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันมาฆบูชา ผมขอหยิบยกโอวาทปาติโมกข์อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ก็คือการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนใช้เป็นเข็มทิศ เป็นเครื่องนำชีวิตสู่ความสุขอย่างแท้จริง ในโอกาสนี้ผมขอเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันตั้งปณิธานความดี โดยให้มีการคิดดี ทำดี และรักษาศีล 5 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในปีมหามงคล พ.ศ.2559 นี้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา รวมทั้งร่วมกันแสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกันด้วย

สำหรับการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน+สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ณ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในห้วงที่ผ่านมานั้น มีบทสรุปที่สำคัญก็คือ การแสดงจุดยืนร่วมกันถึงความสำคัญของอาเซียน เฉพาะบทบาทที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพราะว่าเราต้องมีการเชื่อมโยงถึงกันอยู่แล้ว อย่างที่ผมกราบเรียนให้ทราบไปแล้ว

เรื่องสำคัญก็คือ เรื่องที่ 1 การส่งเสริมความมั่งคั่งของภูมิภาคผ่านกลไกทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ทั้งนี้ เพื่อจะยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน ผมก็แสดงความคิดเห็นว่า เราต้องคำนึงถึงความแตกต่างของระดับการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละประเทศด้วย รวมทั้งประชาชนในประเทศแต่ละประเทศในอาเซียนด้วย ทั้งนี้ คงต้องอาศัยการขยายความร่วมมือในลักษณะที่เกื้อกูลกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน จากประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน และการช่วยเหลือด้านเงินทุนและเทคนิค ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ เรามีจุดประสงค์ร่วมกันในการที่จะขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ลดช่องว่างการพัฒนาทั้งในประชาชนและระหว่างประเทศ ทั้งในประชาคมด้วย โดยต้องสร้างความเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้า เจริญเติบโตไปพร้อมเพรียงกัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สิ่งที่ผมเห็นว่าเราจะได้ประโยชน์จากการนี้ก็คือ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตด้วย ซึ่งเราจะต้องเดินหน้าประเทศของเราไปบนพื้นฐานของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในที่ประชุมมีการหารือเรื่องนี้หลายวาระด้วยกัน เช่น เรื่องที่ 1 คือ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี ซึ่งในการประชุมทุกครั้ง ตั้งแต่การประชุมสหประชาชาติลงมา หรือในกลุ่มประเทศต่างๆ ก็พูดถึงเอสเอ็มอี เราก็กำลังเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เรามีเกือบ 3 ล้านราย ในวันนี้

เรื่องที่ 2 คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับฐานราก ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนด้านผลิตภาพ ก็คือที่เรากำลังดำเนินการเรื่องประชารัฐ ในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วย

เรื่องที่ 3 เรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการใช้เศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ในโลกอนาคตต้องใช้เศรษฐกิจดิจิตอล และเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ คือใช้ความรู้ ความสามารถ ซึ่งสามารถจะต้องแข่งขันกันได้ในปัจจุบันและอนาคตด้วย และเราจะต้องเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ในการเข้าสู่ตลาด ทุกคนได้มีการพัฒนาตนเอง การเรียนรู้ สร้างนวัตกรรมให้ได้ เพื่อเราจะสามารถที่จะสร้างเป็นเครือข่ายและสามารถแข่งขันกับระดับที่ใหญ่กว่าได้ ทั้งนี้ ภาครัฐก็จะเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งเรากำลังปรับในส่วนของกระทรวงเศรษฐกิจเพื่อสังคม โดยใช้ระบบดิจิตอลเป็นหลักในการดำเนินการในช่วงต่อไป

ในเรื่องของการวิจัยและการพัฒนาก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องมีการเร่งรัด จัดกลุ่มทำการวิจัยและพัฒนา ทุน การวิจัย และนำผลการวิจัยไปสู่ภาคการผลิตและจำหน่ายให้ได้ ทั้งนี้ เพื่อเราจะได้มีรายได้จากการส่งออกในส่วนที่เราสามารถคิดเองได้ เหล่านี้ และเป็นการลดการใช้จ่ายภายในประเทศด้วย ไม่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศมากนัก เราจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูงในการผลิต รวมทั้งการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ก็คือการขาย โดยวันนี้ก็ขายในระบบโซเชียลต่างๆ ไอทีมากมาย ที่เหมือนกับต่างประเทศเขาทำ เป็นการค้าขายโดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด โดยใช้ในทางเทคโนโลยีเหล่านี้ ทั้งนี้ ผมได้เชิญชวนผู้นำอุตสาหกรรมดิจิตอลและภาครัฐ ภาคเอกชนในสหรัฐฯ ให้มาร่วมลงทุนในประเทศไทยและอาเซียนมากขึ้น ในลักษณะเป็นไทย+1 ..2..3 ก็ได้ เป็นเชื่อมโยงกันในเพื่อนบ้านเรา หรือว่าจะเป็นอาเซียนทั้งหมดไปร่วมกัน ทำนองนี้ มันต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในโลกปัจจุบัน

เรื่องที่ 4 คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเทคโนโลยี และมีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาอุตสาหกรรมเพื่ออนาคต วันนี้ของเดิมมีอยู่ 5 ประเภท วันนี้เราเพิ่มอีก 5 ประเภท เป็นอุตสาหกรรมที่เราต้องการ และเราก็มีศักยภาพที่เพียงพอในขั้นต้น เช่น เทคโนโลยีด้านสารสนเทศ พลังงานสะอาด การเกษตร เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการเดินหน้าไปสู่การใช้ประโยชน์จากดาวเทียมและอวกาศให้มากยิ่งขึ้น เราต้องเน้นการเปิดช่องทาง การแลกเปลี่ยน และความร่วมมือ ด้านการศึกษา แก่กลุ่มเยาวชน สร้างความเข้าใจพัฒนารุ่นใหม่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเราจะปูพื้นฐานไปสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน

วันนี้เราไปร่วมมือกัน ประชุมกันครั้งนี้ เป็นเรื่องระหว่างของสหรัฐอเมริกากับอาเซียน ไม่ใช่กับประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะอาเซียนมี 10 ประเทศด้วยกัน ก็ไปกันครบ เราก็จะต้องดำเนินการในลักษณะเป็นหุ้นส่วนเชิงสร้างสรรค์ที่เรียกว่า Partnership และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกว่า สเต็ม (ตัวย่อ) วันนี้ก็ให้กระทรวงศึกษาฯ ไปขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่

ในเรื่องสำคัญที่สองก็คือการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผมก็ได้ยืนยันในที่ประชุมถึงจุดยืนของไทยในบทบาที่เราจะเป็นผู้สร้างสะพานเชื่อมต่อฝ่ายต่างๆ ในการที่จะชูการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเราก็เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มีการระเบิดจากข้างใน ทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเองทั้งสิ้น จากประชาชน จากภายในประเทศ แล้วตัวประเทศเองรัฐบาลก็ต้องมีนโยบายให้ทั้งหมดเกิดจากข้างในไปด้วย คู่ขนานไปพร้อมกับเรื่องของการค้าการลงทุนต่างๆ ทั้งหมด มันจะได้เข้มแข็งทั้งระบบ ในส่วนของความร่วมมือของรัฐบาลวันนี้ก็สอดคล้องกับที่ประชุมอยู่แล้ว เราต้องร่วมมือกัน รวมกัน ทั้งรัฐ ราชการ ประชาชน ประชาสังคม นักสิทธิมนุษยชนอะไรต่างๆ เหล่านี้ เราจะต้องเตรียมความพร้อมให้กับประเทศ เพื่อจะเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความยากจน ความเหลื่อมล้ำ วิกฤตเศรษฐกิจ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การร่วมมือกันในการป้องกันแก้ไขโรคระบาดอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ วันนี้เราต้องดำเนินการไปตามวัตถุประสงค์ที่มีการประชุมวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 เพื่อให้โลกนั้นมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ร่วมกัน

เรื่องที่ 3 คือเรื่องของการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียแปซิฟิก ก็จำเป็นต้องเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันให้ได้ แสวงหาความร่วมมือใหม่ๆ หรือความร่วมมือที่สามารถเป็นไปได้ก่อน เพื่อจะแสวงหาความมีเสถียรภาพในภูมิภาคและมีการเติบโตไปพร้อมๆ กันในภูมิภาค เราต้องพยายามลดการขัดแย้งให้ได้มากที่สุด แล้วผมก็ .. ทุกคนนะ คงไม่ใช่ผมคนเดียว ที่สนับสนุนให้ใช้สถาปัตยกรรมและกรอบความร่วมมือเดิมๆ ที่มีอยู่ เสริมประสิทธิภาพระหว่างกันในการที่จะพูดคุยเจรจากัน คือทำอะไรได้ก่อนก็ทำ ไม่อย่างนั้นมันก็ติดไปซะหมด เราก็จะต้องมีการเจรจา พูดคุยกันระหว่างผู้นำกับผู้นำ เรียกว่าระดับนโยบาย ระดับผู้ปฏิบัติก็คือคณะกรรมการ committee ต่างๆ รวมทั้งรัฐมนตรีต่างๆ ที่มีการร่วมมือกันอยู่แล้วในปัจจุบัน ถึงระดับปลัดกระทรวงด้วยซ้ำไป เราจะต้องทำงานร่วมกัน ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนต่างๆ ให้มันไม่ยืดยาวจนเกินไป ตลอดจนเรื่องของการลดความหวาดระแวง ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และผลประโยชน์ที่เท่าเทียม

เรื่องสำคัญที่โลกให้ความสนใจตอนนี้ก็คือเรื่องการก่อการร้าย และเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ภัยแล้ง ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เรื่องของการสาธารณสุข ซึ่งสหรัฐอเมริกาก็เป็นผู้นำในเรื่องนี้ และเราก็มีศักยภาพที่จะสามารถขับเคลื่อนตรงนี้ได้อยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าเราก็มีหลายๆ อย่างในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์แพทย์ทางทหาร และในการแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่างที่ผ่านมา โรคอีโบลา โรคซาร์ส โรคอะไรต่างๆ เราก็เป็นผู้นำในภูมิภาคของเราอยู่แล้ว มีการประชุมร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนในเรื่องของการดูแลประชาชนในอาเซียนด้วยกันอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นความท้าทายว่าจะสำเร็จได้หรือไม่ อย่างไร เราไม่สามารถจะป้องกันแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่ง ทุกฝ่ายแหล่ะนะ วันนี้โลกมันแคบลง ปัญหาหนึ่งมันไปกระทบปัญหาหนึ่ง แล้วไปกระเทือนต่อประเทศหนึ่ง มันไม่มีเรียกอะไรล่ะ เขาจะอยู่อย่างอิสระโดดเดี่ยวไม่ได้ในโลกปัจจุบัน เราต้องร่วมมือให้มากขึ้นระหว่างประเทศ อย่างเช่นเรื่องการสาธารณสุข เราก็มีกรอบความร่วมมือมากมายทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนากำลังคน บุคลากร และพัฒนาสมรรถนะของห้องแล็บทางการแพทย์ เช่นสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร หรือที่เรียกชื่อย่อว่า AFRIMS และการจัดตั้งทุนทหารอาเซียน

เรื่องต่อไปคือการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ อันนี้เรายกเป็นวาระแห่งชาตินะครับ ผมเรียนที่ประชุมไป และเราเอาจริงเอาจัง และจะปฏิรูปแนวทางการแก้ไขนี้ทั้งระบบ ผมได้รับความร่วมมืออย่างยิ่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ทุกคนก็จะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะมันมีทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทางที่ต้องแก้ปัญหา และต้องมีการดำเนินงานภาครัฐปวง อันนี้ของเราก็เร่งอยู่ไม่ว่าจะกระทรวงไหนก็ตามหลายกระทรวง วันนี้การทำงานของภาครัฐของเราไม่ได้ทำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งในลักษณะการบูรณาการ นำแนวทางที่ผมกำหนดไป นโยบายที่สั่งการลงไปนำไปสู่การปฏิบัติ และขับเคลื่อนทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการแพทย์มันเกี่ยวพันหลายกระทรวง ไม่ใช่เฉพาะว่าเรื่องหมอ เรื่องแพทย์พยาบาล อย่างเดียว ทำนองนั้น มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของมหาดไทย เป็นเรื่องของเกษตร เรื่องต่างๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องด้วยกระทรวงพัฒนาความมั่นคงมนุษย์ ทั้งหมด หลายส่วนต้องมาคุยกัน เพราะมันมีจุดเริ่มต้น ใช่ไหม ถ้าเราป้องกันได้ตั้งแต่ต้นนะครับ ที่เรียกว่า สาธารณสุขขั้นพื้นฐานในเรื่องของการที่ประชาชนมีการเรียกรู้ว่า ทำยังไงจะไม่ป่วย ไม่เจ็บแข็งแรง อันนั้นคือต้นทางที่เราต้องขยายให้มากขึ้น จะลดภาระในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ หรือของตนเอง ต่อครอบครัวในการรักษาพยาบาลมากขึ้นตามลำดับ โรคก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ถ้าแข็งแรงก็ไม่ต้องรักษาหมอนะครับ แต่ต้องมีการไปพบหมอ ไปตรวจตามโรงพยาบาลที่กำหนดนะครับ
ส่วนของเรื่องการสาธารณสุขสำคัญ เพราะประเทศเข้มแข็งได้ ประชาชนต้องเข้มแข็ง แข็งแรงทั้งประเทศ ทั้งร่างกายและจิตใจด้วยนะครับ เราต้องแสวงหาความร่วมมือในระดับทวิภาคี พหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะที่ติดกับเรา พื้นที่มันติดกัน เขตแดนมันติดกัน เมื่อปัญหามันเกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง มันก็สามารถเข้าไปอีกประเทศหนึ่งได้ เราต้องร่วมมือกัน

ในเรื่องของการค้ามนุษย์นั้น คงไม่ใช่เราแต่เพียงอย่างเดียว ก็คงต้องดูในเรื่องขององค์กรระหว่างประเทศด้วย เพื่อจะร่วมกันรับมือกับปัญหาการค้ามนุษย์ หลายอย่างยังไม่ค่อยเข้าใจกันมากนัก ที่ว่าเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะหน่วยงานใดๆในประเทศของเรา ต่างประเทศที่มาตั้งอยู่ในประเทศไทย ว่าเราให้ความสนใจแค่ไหนอย่างไร คราวนี้นโยบายผมคิดว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในการปฏิบัติมันมีการทับซ้อนอยู่หลายอย่าง ผมก็ได้ใช้มาตราอำนาจ 44 ไปบ้าง และกำชับหน่วยงาน ข้าราชการ การลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ไปเกี่ยวข้องเหล่านี้ เราต้องจริงจังทั้งหมด เพราะเป็นผลงานที่เราต้องรายงานขึ้นไปเพื่อจะให้พ้นจากมาตรการการที่เขาหาว่าเรามีในเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งจริงๆวันนี้ผมยืนยันว่า เราทำให้ดีขึ้นมากจริงๆ เราก็เพิ่มเติมในเรื่องของการละเมิดทางเพศต่อเด็ก และสตรี ซึ่งหลายๆอย่างมันปล่อยปละละเลยกันมานาน หรือทำกันอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการบูรณาการ เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ เรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในภูมิภาคต่างๆ ก็หารือกันด้วย ผมบอกประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องกฎหมายอยู่เหมือนกัน หลายๆ ประเทศมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว บางอย่างต้องใช้กฎหมายอื่นๆ ซึ่งเราไม่มี กำลังพิจารณาอยู่มันควรจะมีไม่มีอย่างไร วันนี้เราใช้การปฏิบัติต่อบุคคลที่เข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย มีมาตรา หรือมี พ.ร.บ.เดียวก็คือ พ.ร.บ.เรื่องการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเข้ามาอย่างไรก็ตามผิดกฎหมายหมด

เพราะฉะนั้นมันก็มีวิธีการดำเนินการที่เฉพาะไปว่าจะต้องส่งกลับยังไง จะต้องมีการพิสูจน์สัญชาติ หรือว่าต้องดูหมายศาล หมายจับ หรือคดีต้นทุนอะไรทำนองนี้ แต่หลายๆ ประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศตะวันตก เขาจะมีกฎหมายอีกตัวเท่าที่ผมศึกษาอยู่ เป็นเรื่องของการที่จะดูแลเรื่องมาจากไหน ประเทศต้นทางเป็นยังไง มีปัญหาทางการเมืองหรือไม่อะไรด้วย ซึ่งเราไม่มีกฎหมายตัวนี้ ขัดแต่มันก็ต้องระวัง ถ้ามันออก ออกแล้วมันก็ต้องระวังอีกอันหนึ่งก็คือว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความสงบเรียบร้อย มีความสวยงาม มีการอยู่อย่างมีความสุขใครก็อยากจะมาพักผ่อนแวะเวียน ทำนองนี้ ผมก็ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง เป็นพื้นที่พักคอยอะไรต่างๆ ในเรื่องของการอพยพ ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ที่มันไม่มีเหตุผลที่เพียงพอ

เรื่องที่ 3 เรื่องการตอบโต้ภัยพิบัติทางธรรมชาตินะครับ วันนี้ นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น หลายประเทศเรา เพื่อนเรา เขาก็มีพื้นที่อยู่ในทะเลล้อมรอบ เขากลัวว่า เมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำสูงขึ้น จะท่วมเกาะเขา วันนี้ ผมฟังเขาชี้แจง ผมไม่เอ่ยชื่อละกัน บางประเทศเขามีการถมพื้นที่เขาขึ้นไปสูงกว่าเดิม ประมาณ 7 เมตรได้ เพื่อจะรองรับ เพราะน้ำสูงขึ้นทุกปี จากน้ำแข็งละลาย เพราะฉะนั้น เราต้องร่วมมือกันนะครับ ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน เป็นเหตุการณ์ที่คาดการณ์ได้ยาก ถึงแม้จะมีเครื่องมือมากมาย ตรวจจับแผ่นดินไหวต่างๆ เหล่านี้ ยังมีอย่างอื่นอีก เรื่องน้ำท่วม เรื่องดินสไลด์ต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะว่าอาจเป็นโลกมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ทำนองนี้ด้วย และสิ่งที่ประชาชน หรือทุกประเทศได้ใช้การอุตสาหกรรม ซึ่งบางที บางครั้งมันก็เป็นเกิดการเปลี่ยนอะไรทำนองนี้ด้วย
เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยกัน เรื่องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ทั้งสิ้น ในเรื่องการบริหารจัดการนะครับ และในเรื่องระบบโลจิสติกส์ เรื่องการบรรเทาสาธารณภัย การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการล่วงหน้า การจัดตั้งศูนย์ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และมีการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการเตือนภัยพิบัติร่วมกัน หรือของแต่ละประเทศต้องเชื่อมต่อให้ได้ รวมความถึงว่านั้่นเกิดเหตุแล้ว มีการดูแลรักษาเยียวยา ก็ต้องมีเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินด้วย ในเรื่องภัยพิบัติอาจต้องแยกต่างหากมา เพราะเป็นเรื่องซับซ้อน หลายเรื่องด้วยกัน กฎหมายระหว่างประเทศมีด้วย
ท้ายการประชุมนั้น อาเซียน สหรัฐอเมริการ่วมกันที่จะ รับหลักการซันนีแลนด์ ที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสนับสนุน และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน บนพื้นฐานความเคารพและอิสรภาพ อธิปไตย ความเสมอภาคของทุกประเทศ และยึดมั่นในกฎระเบียบของภูมิภาค และกฎหมายระหว่างประเทศ เชิดชูปกป้องสิทธิและเอกสิทธิ์ของทุกรัฐ แสวงหาแนวทางสันติร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ และยืนยันสิทธิในการเดินเรือและการบินผ่านอย่างเสรีในพื้นที่ที่มีปัญหา

ในการเดินทางครั้งนี้ ที่สหรัฐฯผมได้พบปะหารือกับนักวิทยาศาสตร์ไทยจากสมาคมวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา และกลุ่มนักวิชาชีพไทย สาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในสหรัฐอเมริกา ผมก็ดีใจ เห็นคนกลุ่มนี้เดินทางมาจากไกลๆ มาขอพบกัน มาเยี่ยมเยียนกัน และเล่าให้ฟังกันว่า ผมก็เล่าของผมว่า ประเทศไทยกำลังทำอย่างไร คนพวกนี้เขาทำงานอยู่ต่างประเทศ เขาก็ได้แสดงถึงความห่วงใยบ้านเมือง และยินดีที่จะเสนอแนวทางเป็นการช่วยชาติตามวาระที่เราแจ้งให้เขาทราบ จะเห็นได้ว่าเรามีแผนผังอะไรต่างๆที่เราต้องพัฒนาชาติ 20 ปีกันอย่างไร เขาก็พร้อมที่จะช่วยบ้านเกิดเมืองนอนของเขา อันนี้ต้องชื่นชม ถึงแม้เขาจะเป็นคนอยู่ต่างประเทศก็ตาม หรือบางคนก็อาจจะเปลี่ยนสัญชาติไปแล้วก็ได้ บางคนก็ไปเป็นการชั่วคราว ทุกคนรักเมืองไทยทั้งหมด ทุกคนก็เป็นกำลังใจให้แก่รัฐบาล

ปัจจุบันในการที่จะขับเคลื่อนประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ผมถือว่า ให้มามีส่วนร่วมในกลุ่มภาคธุรกิจแล้วกัน ที่สนับสนุนประเทศไทย หรือรัฐบาล คสช.ในเวลานี้ก็คือ มี 12 กลุ่มธุรกิจอยู่แล้ว กลุ่มนี้ผมถือว่ามาจากต่างประเทศ ฉะนั้นหลายๆสาขา หลายๆกิจกรรมก็ไม่รวมอยู่ในกลุ่มนี้ จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา แคนาดา หรืออย่างไรก็ตามที่เป็นคนไทย อยากให้รวมกลุ่มแบบนี้ แล้วผมก็จะจับเขามาอยู่ในกลุ่มที่ 13 ของเราแล้วกันเพื่อจะขับเคลื่อนกระบวนการประชารัฐของเรา ในคณะทำงานร่วมรัฐ เอกชน ประชาชน ต้องหาทางเจอกันให้ได้ ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกพวก ทุกกิจกรรม ทุกที่ จะต้องหาช่องทางเจอกัน เชื่อมโยงความร่วมมือกันทั้งประชาชนด้วยกัน เพราะทุกคนที่ไปอยู่ต่างประเทศถ้าไม่เก่งจริง ไม่มีความสามารถจริงๆ ไปอยู่ไม่ได้หรอกนะครับ เขาต้องใช้มันสมอง และศักยภาพที่เขามีอยู่ในการที่จะสร้างอาชีพสร้างรายได้ ไม่อย่างนั้นเขาอยู่ไม่ได้ เพราะว่ามันค่าครองชีพเขาสูงด้วย และเขาไม่ค่อยรับใครง่ายๆ เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญ และข้อสำคัญก็คือมีความรักชาติ ปรารถนาดีๆ ช่วยกันพัฒนาประเทศกับพวกเราในเวลานี้ให้มีความก้าวหน้า และก้าวทางประเทศพัฒนา และทั่วโลก คือเขาไปอยู่เมืองนอกเขาก็เห็นเอ๊ะไอ้นู้นไอ้นี่ก็ดี เขาก็พัฒนา กลายเป็นว่าประเทศเราเลยยิ่งถอยหลังๆ ไปเรื่อยๆ

นี่แหละผมถึงพยายามที่จะลดความขัดแย้งให้ได้ และเรากลับไปมองในมุมนี้ดีกว่า เพื่อจะเอาเส้นทางนี้ที่เราได้ไปเห็นไปดูอะไรต่างๆ มา ผมไปเมืองนอกผมดูทุกเรื่อง ตั้งแต่ถนนหนทาง แม่น้ำลำคลอง ระบบพลังงาน ข้างทาง ผมดูหมด และผมเอาไปคิดต่อว่า เอ๊ะเราจะทำยังไงกับประเทศไทยดี เพราะเราทำตามเขาไม่ได้ทั้งหมด แต่เราเริ่มต้นได้ มันต้องใช้เวลาพอสมควร ในส่วนของการที่เราจะส่วนมือกันกับทุกภาคส่วน ในเรื่องสำคัญก็คือ 1.การผลักดันยุทธศาสตร์หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อันนี้มันจะเป็นกุญแจสำคัญให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางอย่างแท้จริง ไปขึ้นสู่ประเทศที่มีรายได้สูง โดยการเร่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อจะสร้างโอกาสในการแข่งขันของประเทศ

เรื่องที่ 2 คือการขับเคลื่อนการลงทุนในนวัตกรรมตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ในรูปแบบคลัสเตอร์ เช่นยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์โทรคมนาคม ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เกษตรแปรรูป สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และมีสภาพเหล่านี้อยู่แล้ว และหลายๆ อย่างมันใช้ปัญญา เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเริ่มขึ้นใหม่ต้องใช้การแข่งขันทางปัญญา ไม่ใช่เครื่องจักรอย่างเดียว

เรื่องที่ 3 คือการผลักดันการสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การสร้างธุรกิจใหม่ที่เขาเรียก สตาร์ตอัพเวลานี้เรากำลังเร่งอยู่ ในส่วนของ สสว. ในเรื่องของเงินทุนต่างๆ นะครับ ความรู้ ความสามารถ ดีไซน์ รูปแบบต่างๆ ทั้งหมด เราทำอยู่ทั้งหมด เราที่ผ่านมา ไม่ค่อยเข้มแข็งเท่าที่ควรนะครับ

เรื่องที่ 4 คือ การขยายโอกาสกลุ่มสื่อสร้างสรรค์ ได้แก่ เรื่องของซอฟต์แวร์ แอนนิเมชั่น คอนเทนท์ ศูนย์ดาต้าเซนเตอร์ การสร้างซอฟต์แวร์พาร์ค และการสร้างบูท การสร้างและการบริการธุรกิจ สร้างภาพยนตร์ เป็นต้น นะครับ ผมคิดว่าเราเก่งพอสมควร ผมพูดคุย ผมติดตามข่าวนะ เรื่องแอนนิเมชั่น เราเก่งนะครับ และมันใช้ปัญญาไปคิดออกมา ออกมาการ์ตูนแต่ละเรื่อง เรื่องที่ใช้แอนนิเมชั่น สร้างการรับรู้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ใช้สมองได้ ถ้าเราจะใช้อย่างอื่นที่มันลงทุนสูงๆ คงไม่ไหวเหมือนกัน ทุกวันนี้ เศรษฐกิจแย่ๆ อยู่ ผมอยากรวมกลุ่มคนเหล่านี้ รัฐบาลจะมุ่งเน้นเรื่องนี้ให้มากขึ้น เดี๋ยวผมจะสั่งการใน ครม.ไปว่า ไปรวบรวมซิว่า เรามีศักยภาพเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นแอนนิเมชั่น การสร้างการ์ตูน หรือธุรกิจภาพยนตร์ที่สร้างภาพยนตร์ที่มีคุณค่านะ ผมเข้าใจมีหลายแบบ สื่อบันเทิงของเรา แบบเราๆ มีอยู่แล้ว อันนี้ผมอยากให้มันมี เขาเรียกว่าอะไร เป็นสากล แข่งขันได้บ้างจริงๆ

เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ผมแนะนำหลายเรื่องเหมือนกัน เรื่องการทำน้ำสะอาด ผมเล่าว่าปัญหาเราอยู่ตรงไหน อยู่ที่ระบบการทิ้งน้ำโสโครก หรือน้ำใช้แล้ว ลงใน เราไม่เคยปรับปรุงเรื่องนี้เท่าไหร่ เรื่องการระบายน้ำ จะเห็นว่า ท่อระบายน้ำทุกท่อ ส่วนใหญ่ มันจะลงมาที่ไหน มันควรต้องไปลงที่เหมือนกับที่ปรับปรุงน้ำให้มีคุณภาพกลับมาใช้ใหม่ ที่เราเคยคิดจะทำที่คลองด่าน ก็ไม่สำเร็จ ใช่ไหม เพราะงั้นวันนี้ รัฐบาลนี้ ระยะแรกจะเร่งต้องเข้มงวดเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำก่อน ทำน้ำให้สะอาดเพียงพอ ก่อนจะทิ้งลงระบบระบายน้ำนะครับ ทุกบ้านพักต้องมีที่เขาเรียกว่าอะไร ที่เป็นถังเก็บน้ำที่ใช้และมีการทำให้สะอาด และตกตะกอนก่อนที่จะปล่อย วันนี้ ถ้าไปดูทุกบ้าน ฝากทุกคนดูบ้านตัวเองด้วยนะ ว่าน้ำส้วม น้ำใช้แล้วแต่ละบ้าน มันออกไปไหน ยังไง หลายที่นะ ผมจำได้ เคยไปพบ เคยไปตรวจน้ำท่วม ปล่อยลงท่อระบายน้ำเลย ไม่ว่าจะน้ำห้องน้ำ น้ำห้องส้วม น้ำอะไรลงหมด และจากนั้น ท่อระบายน้ำลงไหน ลงคลอง มันก็คลองสกปรกซิแบบนี้ เมืองนอกเห็นไหม จะเห็นว่าเขามีทางสำหรับเอาน้ำทิ้งเสียไปรวมกำจัดก่อน และถึงจะลงแม่น้ำ และนำมาใช้ใหม่ ทำนองนี้ ผมว่าต้องเร่งเรื่องเหล่านี้ จำเป็นที่เราต้องใช้เวลา เพราะงบประมาณสูงมาก ระบบระบายน้ำใหม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มันทำให้น้ำสกปรก เคยใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้ วันนี้ ในคลองแสนแสบต้องวิ่งเรือต่างๆ ทำไม เราจะทำให้น้ำสะอาดไม่ได้
วันนี้ ผมให้นโยบายไปแล้ว ภายในปีนี้ อย่างน้อยต้องดีขึ้น ไม่งั้นประชาชนต้องนั่งเรือเดินทาง เปียกแฉะเหม็นไปหมด เพราะงั้น ต้องขอความร่วมมือคนริมน้ำด้วยนะ ช่วยดูว่าเราทิ้งน้ำกันอย่างไร นะครับ รัฐบาลเราทำงานทุกอย่างนะ จะเห็นว่า ปัญหาเขาเยอะ แต่เราไม่เคยท้อแท้ ทำไปเรื่อยๆ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือนะครับ

เรื่องนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้น สำคัญที่สุด วันนี้ พื้นที่ห่างไกล พื้นที่ชายขอบเหล่านี้ เป็นประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น เราจะดูแลเขาอย่างไร แต่ต้องมีความสมดุลทั้งหมดนะ ไปทั้งหมด มากบ้าง น้อยบ้าง เพราะเราจำกัดเรื่องงบประมาณ ระดับฐานรากมันจะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างประกอบกันขึ้นมาไปสู่เรื่องเศรษฐกิจระดับกลาง ระดับบน เศรษฐกิจสร้างชาติอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นกลไก เป็นห่วงโซ่ทั้งสิ้น อยากให้ทุกคน ทุกเพศทุกวัน ทุกอาชีพนะครับ ทั้งอาชีพหลัก อาชีพอิสระ แล้วแต่ สามารถเข้าถึงการปฏิบัติการภาครัฐให้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รัฐบาลกำลังเดินหน้านะครับ ในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่พูดไปแล้ว 1.คือเรื่องโครงการยกระดับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ 79,000 กว่าหมู่บ้าน ต้องครบ คิดว่าภายในปีนี้ 2 ปีต้องเสร็จ มันจะได้ใช้ในเรื่องของการค้าขาย เรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม คงไม่ใช่ว่าไปทำไวไฟทุกจุดทั่วประเทศทุกตารางนิ้ว มันไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร มันเป็นบางพื้นที่ก็ไม่ต้องใช้ บนป่าเขาไม่มีคนอยู่จะทำไปทำไม ก็ทำไปในที่ๆ มีคนอยู่ เพื่อจะให้เขาเข้าถึงข่าวสาร เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงการเรียนรู้อะไรต่างๆ และเป็นเรื่องของการดูแลคนชายขอบอย่างไรที่เขาไปโรงเรียนไม่ได้เหล่านี้ หรือแรงงานอะไรต่างๆ ที่มาทำงานอยู่ตามแนวชายแดน เขาก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้อะไรเลย วันหน้ามันก็เป็นปัญหาอีกนั่นแหละ

เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องมีการถ่ายทอดทางไกลผ่านดาวเทียมมี 2 ข้อคือ 1.เพื่อการศึกษา 2.เพื่อสร้างการเรียนรู้ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย เราจะได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน มีการรองรับในเรื่องของการเตรียมการสู่การเป็นประชาคมโลกที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับต่างประเทศด้วย วันนี้เราใช้คำว่า โลกไร้พรมแดน เราต้องมีทุกข้อมูล องค์ความรู้ที่สำคัญ รวมทั้งความร่วมมือและด้านธุรกรรมต่างๆ กับประชาคมโลกด้วย เราต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลนี้ให้ได้นะครับ ไม่อย่างนั้นเราจะถูกทอดทิ้ง ถูกตกยุคอะไรต่างๆ เหล่านี้ ยิ่งกว่านั้นเราจะต้องทำโอกาสของเรานั้นให้เป็นโอกาส ไม่ใช่ทำโอกาสให้เป็นวิกฤต จากการที่เรามีภูมิรัฐศาสตร์ของไทยที่ได้เปรียบอยู่ตรงกลางอยู่แล้วในขณะนี้ เราต้องแสวงหาโอกาส อย่าทำโอกาสเป็นวิกฤตก็แล้วกัน หรือทำวิกฤตที่มันมีอยู่บ้างแล้วให้มันวิกฤตไปกว่าเดิม ทำนองนี้ที่ผมหงุดหงิดทุกวันก็เรื่องนี้แหละ เราต้องการที่จะเดินหน้า อะไรที่เป็นปัญหาก็แก้กันไป ไม่ใช่ทุกคนก็ระดมในเรื่องนี้ ทะเลาะกันเรื่องนี้อีก เดี๋ยวมาทะเลาะกันเรื่องนี้อีกแล้ว ทำไมไม่ให้กลไกเขามีอยู่ที่เขาต้องรับผิดชอบ เขาทำไปสิ ทำเสร็จขึ้นมารัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการในทุกเรื่องให้นั่นแหละ แต่ถ้าทุกคนไม่แก้กันเลย ไม่ยอมกันเลย และให้รัฐบาลแก้ ผมว่ามันเป็นปัญหาหมด ข้อกฎหมายมันเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครก็ตาม ผมไม่อยากจะพูดในที่นี้แล้วกัน

เราอยากให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน เรามีความก้าวหน้าพอสมควรในขณะนี้ เตรียมการในหลายๆเรื่อง ใช้งบประมาณที่ได้มาจากการประมูล 4G เราก็ได้มาพอสมควร เราก็มาใช้ในเรื่องนี้ ให้เกิดความยั่งยืนในด้าน ทุกคนมีส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกันในทุกมิติ ปัจจุบันเรามีการลงทุนมากมายเพื่ออนาคตของลูกหลาน เราจะเติมพื้นที่หมู่บ้านที่กล่าวไปเมื่อสักครู่ 40% ของประเทศ ประมาณ 30,000 หมู่บ้าน ทั้งหมด 79,000 กว่า ตัวเลขกลมๆ อีก 30,000 ใน 79,000 ยังไม่มี ในเรื่องของการพัฒนาเรื่องดิจิตอล เพราะเอกชนไม่ได้ลงทุน มันไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นรัฐบาลก็จำเป็นต้องหาเงินมาสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่เหล่านั้นให้ได้ คล้ายๆกับการทำถนนให้ผ่านทุกหมู่บ้าน ฉะนั้นวันนี้เราต้องให้ทุกคนในพื้นที่ชนบท ป่าเขาห่างไกลจากครู จากการศึกษาในระบบ หมอสาธารณสุข การดูแลคนป่วยคนเจ็บ โดยที่บางทีเขาเดินทางมาไม่ได้ มันไกลเกินไป อาจจะต้องมีการให้คำปรึกษา หรือแนะนำไปทางระบบโซเชียลมีเดีย ของหมอในกรุงเทพ ฯหรือในจังหวัดไปสู่พื้นที่ข้างล่าง ว่าจะต้องทำอย่างไร แก้ไขตรงไหนก่อนที่จะเคลื่อนย้ายคนเจ็บมาในพื้นที่ในเมืองมันไกลหลายชั่วโมง ขึ้นเขาลงเขา ถ้าไม่ดูแลไว้ก่อนเสียชีวิตทุกที เขาจะได้ไม่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วเราก็จะเข้าถึงการบริการโทรคมนาคมและสารสนเทศได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มภายใน 12 เดือน เราเริ่มกันบ้างแล้ว ผมคิดว่าจะเร่งให้ได้ภายในปีนี้ ปี 59

ในเรื่องต่อไปที่จะตามมาก็คือในเรื่องมิติสังคม เราจะทำให้ทุกคนลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกัน ขยายโอกาสการเข้าถึง การกระจุกตัวในเมืองก็จะลดลง เพราะทุกคนก็อยากเข้ามาสู่ความเจริญ เราให้ความรู้เขาก่อน บางทีอาจจะมีความสุขกว่าก็ได้ อยู่อย่างพอเพียง ใช้เงินน้อย ไม่ต้องมากนัก แล้วก็ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ วันหน้าลูกหลานก็มีงานมีการทำ ส่งเงินมาให้พ่อแม่ได้ ไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่ในเมือง มันแน่นเกินไป เราต้องขยายเมืองด้วยซ้ำ ขยายอย่างไรเท่านั้นเอง ก็ไปถึงเรื่องผังเมืองด้วย อย่าไปตกใจ ผังเมืองจริงๆแล้ว มันมีการตามกฎหมายที่ผมเรียนถามทางมหาดไทยไปแล้ว เขาบอกว่ามีการปรับทุกห้วงระยะเวลา 3 ปี 5 ปี ทำนองนี้ ต้องปรับเพื่อให้มันสามารถทำกิจกรรมอื่นๆได้บ้างในพื้นที่ ไม่ใช่ว่าเดิมมันมีสีเขียว สีเหลือง ทำนองนี้ คือทำไม่ได้เลย พอทำไม่ได้เลยมันก็ทำเกษตรอย่างเดียว ก็อยู่ไม่ได้ มันก็ไม่มีการประกอบการอย่างอื่นไปด้วยที่มันไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรืออุตสาหกรรมเล็กๆ สีเขียว หรือวิสาหกิจชุมชนเหล่านี้ เพื่อจะเป็นการเสริมอาชีพให้ได้ สร้างวงจรตั้งแต่การปลูก มาถึงการผลิต แปรรูปขั้นต้น และส่งออกมาจากพื้นที่ ฉะนั้นถ้าทำการเกษตรอย่างเดียวแล้วขายมันอยู่ไม่ได้ วันนี้ก็ยังไม่ได้แล้ว วันหน้ายิ่งหนักกว่านี้ ถ้าไม่คิดอย่างที่ผมคิด หรือที่รัฐบาลนี้คิดมา มันจะทำให้เกิดงานสร้างรายได้ พี่น้องก็สามารถที่จะทำงาน ส่งงาน หาข้อมูลติดต่อราชการ เจรจาธุรกิจได้ จากบ้านตัวเองต่อไป เพราะเราปลูกเอง รวมกลุ่มกันผลิต รวมกลุ่มกันปลูก รวมกลุ่มการผลิตขั้นต้น การตลาดก็ส่งออกมา ก็ใช้ทางระบบนี้ที่เราทำให้มันทั่วถึงระหว่างกัน

ในเรื่องของเศรษฐกิจ หมู่บ้านชุมชนก็เข้มแข็ง ก็ไปรวมกลุ่มกันทำอาชีพต่างๆที่มันมีรายได้ดี สร้างความเข้มแข็งเป็นกลุ่ม สร้างแปลงเกษตร แปลงใหญ่ แปลงใหญ่ก็ต้องระมัดระวังนะ อยากให้ดูว่า ไอ้ที่แปลงใหญ่บางทีมันปลูกเหมือนกันหมด เช่น วันนี้ลดการปลูกข้าวลง เข้าไปปลูกถั่ว ทีนี้มันถั่วทุกแปลง ต่อไปมันก็จะเป็นแบบเดิม จากข้าวก็ไปสู่ถั่ว รัฐบาล ข้าราชการ ต้องไปทำความเข้าใจ และผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย และ อปท.ทุกคนต้องช่วยกันแล้วนะ เป็นประชารัฐให้ได้ ถ้าเราสามารถจะรวมแปลงใหญ่ได้ เราก็แบ่งไป แบ่งเป็นพื้นที่ไป น้ำดีหน่อยก็ปลูกข้าว ตรงนี้มันน้ำน้อยหน่อยก็ปลูกถั่ว หรือปลูกผักอย่างอื่นที่มีราคา และทั้งหมดนี่ไงแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกันในพื้นที่ จะทานอะไรก่อน รับประทานอะไรกันก็ใช้ในพื้นที่ ก็ลดค่าใช้จ่ายของพื้นที่ไป เหลือเราก็รวมกลุ่มกัน และก็อาจจะไปขายตลาดชุมชนบ้าง ขายผัก ขายพืช ขายอะไรที่มีคุณภาพดี พืชอินทรีย์อะไรทำนองนี้ ราคามันก็สูงขึ้นเอง วันนี้รัฐบาลเร่งรัดในเรื่องของตลาดชุมชน และทำให้เป็นตลาดท่องเที่ยว เพื่อคนจะไปเที่ยวดูอย่างอื่นเรียบร้อยเสร็จ และซื้อของกลับบ้านไง

เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งตรงนี้นะครับ ถ้าเราร่วมมืออย่างนี้ไม่ได้ และทำอะไรเราทำกันเยอะฟูมฟายไป และมันทำให้คนทำคนแรกรวย อย่างนั้นไม่ไหวเพราะมันจะเริ่มขาดทุน เพราะว่ามันเยอะไง มันแข่งกันไม่ไหว ราคาก็ดั้มลงไปอีก ก็ตกลงไปอีก เพราะฉะนั้นไปพิจารณาให้ดีการปลูกพืชมีผสมผสานกันไปตามแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีอยู่แล้วไร่นาสวนผสม เกษตรขึ้นปีใหม่ใครจะปลูกข้าว ใครจะปลูกผลไม้ ใครจะทำประมงน้ำจืด เลี้ยงปลาอะไรทำนองนี้ และมันก็แลกเปลี่ยนกันได้ อย่างน้อยก็ 1.ไม่อดตาย เศรษฐกิจจะเป็นยังไงก็แล้วแต่มีของกินในพื้นที่ของเรา เหลือก็แจกจ่ายเพื่อนฝูงไปด้วยกัน ถ้ามันเหลือมากกว่านั้นก็จำหน่ายขายไปจังหวัดอื่น ภูมิภาคอื่นๆ มันจะเข้มแข็งทั้งภูมิภาค ซึ่งมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ทุกพื้นที่เหมือนกันหมด ทุกภาคทำเหมือนกันหมดอะไรหมด และวันหน้ามันก็ดีมานด์ ซัพพลายมันก็ล้มลงอีก ไปคิดให้ดี ฝากไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัดไปถึงอะไรด้วยทุกหน่วยงาน ไปกำหนดให้ชัดเจนสิว่า มันควรจะเป็นยังไง โดยพื้นฐานเรื่องของที่ดิน เรื่องน้ำ เรื่องอะไรต่างๆ แต่ละภาคมันไม่เท่าเทียมกัน วัตถุดิบมันก็ไม่เหมือนกันแตกต่างกันอยู่บ้าง ก็ดูซิว่าศักยภาพควรจะไปทางไหน แต่ต้องดูการตลาดให้ดี ไม่อย่างนั้นการปลูกพืชอย่างเดียว มันยังไงก็ไม่พอเพียง เพราะมันต้องคอยน้ำ คอยฟ้าฝนอะไรทำนองนี้

เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นทำยังไงมันจะมีเศรษฐกิจ ที่รองรับได้คือการอุตสาหกรรมที่เรียกว่า วิสาหกิจชุมชนเพื่อจะช่วยเหลือสังคม หรือเพื่อจะเชื่อมโยงไปสู่เอ็นเตอร์ไพรส์ขนาดใหญ่ต่อไปวันหน้า ต้องเร่งวันนี้แล้วนะครับ พี่น้องจะได้หายลำบากซักที วันนี้เห็นได้แห้งไปหมดเลย รอน้ำก็รอแล้ว โอ่งก็แล้วก็เสียหาย เจ้าของที่ก็เอาเก็บค่าเช่าอีก ทำนองนี้มันเป็นปัญหาเรื้อรัง ช่วยกันเถอะครับ พวกนายทุน เจ้าของที่เห็นใจเขาเถอะ วันนี้ต้องกลับมานะมาสู่ความเป็นคนไทย สังคมที่เผื่อแผ่แบ่งปัน เรารวยคนเดียว แต่คนอื่นเขาจนหมดทั้งประเทศ ผมว่ามันไม่ได้

เพราะฉะนั้นรวยแล้วก็ต้องทำให้คนตรงกลางดีขึ้น ไอ้ตรงกลางก็ไปดึงคนตรงกลางให้มันดีขึ้น ให้มันเชื่อมโยงแบบนี้คนจะได้ไม่ลำบากวันหน้า คิดแบบนี้นะครับ ฝากไว้ให้รัฐบาลต่อๆ ไปด้วยแล้วกัน ถ้าคิดว่าดีก็ทำต่อไปแล้วกัน ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ไปหาวิธีใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าเราทำให้ภูมิภาคคือ อาเซียนเข้มแข็ง ประเทศไทยเข้มแข็ง ภูมิภาคอาเซียนเข้มแข็ง เราจะไปสู่ระดับโลกเลยที่บอกแล้วว่า เรามีที่อยู่ของเราไง ยังมีที่ยืนที่เขาเกรงใจ ที่เขารับฟังเสียงของเรา ของพวกเราทำนองนี้ ของอาเซียน ของประเทศไทย ไม่ใช่ทำลายกันไปเรื่อยๆ อยู่แบบนี้ วันนี้เราทำวิกฤตให้เป็นวิกฤตที่ผมบอก ทำให้มันวิกฤตมากกว่าเดิม ไม่รู้มันเป็นเพราะอะไร ก็ไปดูแล้วกันว่าเขาทำบ้างตอนนี้

เพราะฉะนั้นวันนี้บ้านเราเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน ถึงผมจะมาอย่างนี้ก็ตามแต่ ผู้ประกอบการต่างประเทศมากันเยอะแยะ และพร้อมจะร่วมมือ เราก็ต้องได้ประโยชน์จากการร่วมมือเหล่านี้ให้ได้ ไม่ใช่เพื่อผม เพื่อพี่น้องทั้งสิ้น ผมไม่ได้อยากได้อะไรกับท่านอยู่แล้ว ทำยังไงจะได้เงินได้รายได้มาพัฒนาประเทศให้มากขึ้น ทำยังไงคนจนจะน้อยลง การศึกษาจะดีขึ้น คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น ทันสมัยมากขึ้น มันต้องไปข้างหน้าแล้วถ้าเรายังอยู่ที่เดิมมันก็ติดหล่ม ติดกับดักเหมือนเดิม เราต้องทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตให้ได้ในภูมิภาคนี้ มันอาจจะหลายศูนย์ก็ได้มันผลิต แต่มันผลิตคนละอย่างไงรอบบ้านทั้ง 10 ประเทศ บางอย่างมันก็ต้องแข่งขันกันด้วยนวัตกรรม ด้วยของดีมีคุณภาพใหม่ๆ คนนิยมอะไรทำนองนี้ อันนี้คือการแข่งขันเสรีเราเป็นประเทศประชาธิปไตย

อันที่ 2 คือการประกอบการร่วมมือกันของอาเซียน เช่นการทำอะไรสักอย่างที่เป็นแบรนด์อาเซียน

อันที่ 3 คือร่วมมือกันเลย ในการที่จะลงทุนด้วยการจีทูจีบ้างอะไรบ้าง วันนี้ผมก็ได้ไปพูดคุยกับทางเวียดนามเมื่อวันก่อนไปแล้ว ยินดีที่จะร่วมมือกันก่อนในเรื่องของการประมงร่วม ก็จะเร่งรัดเรื่องนี้ให้ได้ จะได้ไม่ต้องไม่มีปัญหาเรื่องของที่จับปลา ในเรื่องของเรือ ไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย มันได้ไม่เกิดอุบัติเหตุการกระทบกระทั่งกันอีกต่อไปในอนาคต และผมได้หารือผ่านไปทางกระทรวงเกษตรฯ ผมได้เคยพูดกับท่านอธิบดีไปแล้ว ให้กระทรวงเกษตรฯ ไปหารือกับทางกระทรวงประมงของเอเชีย จะร่วมมือกันตรงนี้ เรื่องเรืออะไรต่างๆ ติดค้างอยู่ก็กำลังเจรจากันอยู่ทั้งหมด ผมเห็นใจ วันนี้เราต้องทำสิ่งต่างๆ ให้มันชัดเจน มันก็พอพูดคุยกันได้ด้วยศักยภาพของเราเวลานี้

เรื่องการทำโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน ถนนการขนส่งคน รางสินค้า ต้องทบทวนดูอีกที บางทีพอเราคิดเป็นท่อนๆ รวมแล้วมันใช้เงินมหาศาล และผมเป็นห่วงว่า จะเอาเงินที่ไหนมาในช่วงแรก ประชาชนยังไม่มีขีดความสามารถพอ มันถึงต้องมีการปรับแก้ไง ไม่ใช่ รัฐบาลไม่แน่นอนไม่แน่ใจ คิดแบบนี้ตลอดแหละ มันต้องปรับเปลี่ยนไป การเจรจาเปลี่ยนแปลงได้ตลอดแหละ ตราบใดที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาต้องเป็นโครงการจ่ายเงิน จ่ายทอง ยังคุยอยู่ เราคิดว่าจะสำเร็จโดยเร็วนะ ไม่ใช่ว่าวันนี้ความเร็วสูง ลดเหลือความเร็วปานกลางแล้ว ทำไมมันแพง ไปดู ทำไมมันแพง มีตรงไหนอีก เพิ่มตรงไหนบ้างไม่เคยดู คนที่มาตำหนิอยู่ทุกวัน และผมคิดว่ารางเตรียมไปซิ วันหน้าแค่เปลี่ยนรถเท่านั้นเอง วันนี้ ถ้ามันยังไม่จำเป็น ก็ใช้รถความเร็วปานกลางก่อน 180 นะ 120-180 วิ่งเท่าไหร่ ความเร็วลดไปทุกวัน ไม่ถึง 80 แล้วเราจะใช้กันต่อไปหรือ มันต้องพัฒนาเป็นเส้นๆ ไป ตามหลักความเร่งด่วน อันไหน ภายในประเทศทำทางคู่ให้ได้ ทาง 1 เมตรนะ ไหนที่ต้องเชื่อมต่อ ไม่ใช่ต้องทำทุกเส้นเมื่อไหร่ละ ของเก่าจะทิ้งไปไหน ทิ้งได้เหรอ อันนี้ต้องใช้ต่อไป

เรื่องของ แรงงานไทย วันนี้ยังมีปัญหาอยู่พอสมควร และเรื่องอินเทอร์เน็ต ข่าวสาร เราต้องปรับทั้งระบบ แรงงานต้องแก้ไขมากนะ ในเรื่องการเตรียมการเพื่ออนาคต เรื่องแก้ปัญหาแรงงานปัจจุบัน การลงทะเบียน การยื่นสัญชาติ มันวุ่นไปหมด วันนี้เอาเข้าระบบได้ แต่ต้องต่ออายุ เพราะพิสูจน์สัญชาติไม่ทัน ผมก็บอกว่า ต่อไปนี้ให้ขึ้นทะเบียนไว้เลย ทุกประเทศในอาเซียน แต่ละประเภท ประมง การบริการ การอาชีพอิสระ กรรมกรต่างๆ ใช้แรงงาน เหล่านี้ ขึ้นบัญชีไว้เลย เหมือนตลาดแรงงานอาเซียนนะ ทุกคนต้องการอะไรก็หากัน มา ความร่วมมือเรามีอยู่แล้ว แลกกันไปมา มันคอนโทรลได้ทั้งหมดนะ แต่ต้องรับรอง พิสูจน์สัญชาติก่อนล่วงหน้า อาจเตรียมไว้เพื่อปีหน้า วันนี้ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ก่อน วันนี้ ต้องพูดคุยกัน ปีต่อไปจะทำยังไง ผมอยากให้มีบริการของแรงงานอาเซียนให้ได้ มันเป็นก้าวแรกนะ โดยใช้กระทรวงไอซีทีต้องปรับภารกิจใหม่ ต้องขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้ได้ แรงงานต้องมีส่วน การศึกษาก็มีส่วน
วันนี้ ยกตัวอย่างนะครับ วันนี้ เราพลิกโฉมการบริการภาครัฐให้เป็น Non stop service อำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ภาคธุรกิจ ให้รับทราบ มีการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ การคมนาคมพื้นฐาน กลาง ของภาครัฐ เช่น ศูนย์ข้อมูลกลาง ระบบคลัสเตอร์สู่ระบบคลาวด์ เพื่อยกเครื่องระบบไอที ก้าวสู่ยุคดิจิตอลกัฟเวอร์เม้นท์ ซึ่งสาารถรู้ความซ้ำซ้อนในงบประมาณ นำมาถึงการบริการใหม่ๆ แก่ประชาชน จะได้เข้าใจง่ายๆ เรียนรู้ง่ายๆ ถ้ามันยาวยืดเยื้อไป คนไม่ชอบอ่าน เพราะฉะนั้น ท่านจะให้บริการใครก็ตาม ต้องรู้ว่า คนไทยไม่ชอบอ่านเยอะๆ ทำยังไงจะสรุปให้ง่ายๆ สั้นๆ ผมพูดเยอะ แต่เวลาผมสรุปออกไปในระบบโซเชียลมีเดีย ผมให้เขาสั้นที่สุด แต่ผมพูดต้องการให้เข้าใจ มันถึงยาวไง ถ้าพูดแต่หัวๆ ทุกคนก็รอฟัง ทำแล้ว ยังไม่ทำ จะได้เข้าใจว่าทำไมมันถึงทำไม่เสร็จ ทำไมถึงเริ่มต้นอยู่ ทำไมกำลังจะเริ่ม ไม่เคยฟังเลยตรงนี้ ฟังแต่เพียงว่า รัฐบาลประกาศว่าจะทำอะไร และทำยัง เสร็จยัง ไม่เข้าใจว่าเขาทำยังไง ทำอะไรผิดไปหมดแหละ วันหน้า เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็เป็นอยู่แบบนี้ เราต้องถูกชักจูงบ้าง ซึ่งบางทีมันเป็นเรื่องการเมือง ผมไม่ว่าอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอย่าให้เขาชักจูงท่านไปได้
ท่านต้องเรียนรู้วันนี้ และช่วยกันสร้างฐานข้อมูล ใครรู้ก็บอกต่อกันไป บอกเพื่อน บอกให้เข้าใจว่า เขาแก้ไขอย่างนี้แล้วนะ การบริการภาครัฐเป็นอย่างนี้นะ มีการอำนวยความสะดวกภายในกี่วัน กี่ขั้นตอน มีหมด เราให้ไปแล้ว เรื่องการบริการภาครัฐ ทั้งภาคเกษตรกร ต้องเข้าถึงแหล่งวิชาการยังไง ดูตัวอย่างยังไง มีชาวบ้านที่ไหนบ้าง มีเบอร์โทรศัพท์ให้หมดแหละ ในสวน ไร่นา มันต้องรู้นะลดต้นทุนยังไง เพิ่มมูลค่ายังไง ขยายการตลาด ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง มันตัดไม่ได้ทั้งหมดอยู่แล้ว เพียงแต่ทำยังไงเราจะรักษาความสมดุลกับการขายเองพร้อมกัน ต้องไปด้วยกัน พ่อค้าก็อย่ากดราคามากนักให้เป็นไปตามระบบ ตามกลไกตลาดหน่อย ผมเข้าใจการลงทุนของท่าน การขนส่ง ค่าการตลาด ท่านต้องจ่ายเยอะ แต่ท่านอย่าลืมว่า คนเหล่านี้หนักกว่าท่าน เขาไม่มีสตางค์ แล้วท่านไปกดราคาเขามาก ๆ วันนี้เขาไม่มีเงิน วันหน้าเขาทำไม่ไหว ท่านจะไปซื้อจากใครละ ไม่มีคนผลิตแล้ว คิดตรงนี้หน่อย คนกลางนะ นักธุรกิจใหญ่ๆ เขาต้องคิดแบบนี้นะครับ ถ้าตราบใดไม่มีคนผลิตวัสดุต้นทุน ท่านทำธุรกิจต่อไม่ได้ และท่านทำมาแล้วท่านไม่รู้จะขายใคร เพราะคนพวกนี้ฟุบหมด ไม่มีเงินซื้อของ วันหน้าปลูกข้าวกินเอง แค่นั้นเอง ไม่ได้ นั่นถอยหลังนะ
เพราะงั้น ขอให้เอาข้อมูลภาครัฐ ข้อมูลวิชาการไปใช้ในการทำธุรกรรม การขออนุญาตดำเนินการ จดทะเบียนต่างๆ นั้น จะได้สะดวกขึ้น วันนี้ปรับปรุงแล้วเรื่องของการอำนวยความสะดวกต่อการลงทุน 8-10 ขั้นตอน ถึงเรื่องภาษีด้วย ทำอยู่ทั้งหมดนะ จะทำยังไงไม่ยุ่งยาก จะอยู่ที่จุดเดียว บัญชีเดียว เหล่านี้ ไม่เคยคิดทำตั้งแต่ต้น หรือทำไม่ได้ไม่รู้ วันนี้ ต้องทำให้ได้ ไม่งั้นวันหน้ามีปัญหาอีก ทำไม่ได้อีกเหมือนเดิม กลับมาที่เก่าๆ

ศูนย์เพื่อการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) One Stop Service ที่พูด มันก็จะทำให้ชัดเจนขึ้น เข้ามาในระบบให้เห็น อันนี้กำลังเสริมมาอีกระบบหนึ่ง อันที่ 3 คือเรื่องทีนิวส์ อันนี้ก็เป็นสื่อออนไลน์อีกประเภทหนึ่ง รัฐบาลก็จะมุ่งหวังการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ข่าวสาร เปิดช่องทางให้สะดวกในการให้บริการในอนาคต สรุปว่ามี 3 ช่องทาง แต่ละกิจกรรมก็เจาะเข้าไปหาของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ ประชาคมเรียนรู้ เกษตรกร หรือประกอบอาชีพอิสระก็ต้องดู มันจะมีตั้งแต่ผมพูด รองนายกฯขับเคลื่อน รัฐมนตรีนำไปปฏิบัติ ข้าราชการ มันก็มีการแสดงให้เห็นว่าเขาทำอะไรอยู่ในขณะนี้ ทุกกระทรวงท่านเจาะดูได้เลย อาจจะยังไม่พร้อมมากนัก เพราะระยะแรก ต่อไปผมจะปรับไปเรื่อยๆ ให้มันกระชับขึ้น ให้มันชัดเจนขึ้น เพื่อจะให้พี่น้องเข้าใจ ไม่เช่นนั้นก็จะเถียงกันไปเถียงกันมา แล้วก็อ่านหนังสือพิมพ์อย่างเดียว หนังสือพิมพ์บางทีเขาก็ลงได้แค่นั้น มันไม่เข้าใจ ฉะนั้นไอ้ที่ผมพูด บางทีก็ไม่ได้ฟังอีก ก็เลยไปกันไม่ค่อยได้ เราต้องเร่งรัดไง

ในเรื่องของการทำงานที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปนิดหนึ่งเรื่องความมั่นคง กระทรวงมหาดไทยส่วนหนึ่งในความมั่นคงก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เรื่องหมอกควันอย่างยั่งยืนให้กับทุกจังหวัด มีการตั้งกลไกต่างๆที่มันเป็นการถาวร ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมาตรการเพิ่มเติม ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 59 เป็นต้นไป ผมได้เสนอที่ประชุมที่สหรัฐฯด้วย เช่น ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในอาเซียนทั้งหมด ทุกคนก็ร่วมมือกันเห็นด้วย มาตรการของเราที่เพิ่มเติมให้เข้มเเข็งขึ้นคือการควบคุมการเผาในพื้นที่ พื้นที่การเกษตร ชอบเผากัน คือมันลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการใช้รถไถ เวลาปลูกพืชเสร็จแล้ว มันก็เหลือซัง เหลือตอ ถ้าไม่กำจัดตอก่อน ไม่เผาทิ้งก่อน ไอ้ค่าจ้างรถไถก็แพงขึ้น เขาก็เลยต้องเผาไง พอเผาเสร็จมันก็เกิดหมอกควันไปที่อื่น เดือดร้อนกันไปหมด รถไถก็เหมือนกัน คนที่ไถก็ดูหน่อย ในเมื่อน้ำมันมันก็ถูกลงแล้ว ค่าจ้างก็ถูกลงหน่อยสิ ช่วยเหลือประชาชนเขาบ้าง นายทุนที่ไปส่งเสริมการปลูกพืชแล้วซื้อในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตก ซังข้าว ข้าวโพด อะไรต่างๆก็แล้วแต่ ต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าท่านรวมกลุ่มคนเอาไว้ปลูกนี่ปลูกนั่นท่านต้องดูแลด้ว ยผมจะเล่นงานด้วยทางกฎหมาย ในส่วนที่ไปดูแลเรื่องเหล่านี้ เหมือนกับทำอะไรสักอย่างแล้วไม่รับผิดชอบ ไม่ได้ เช่นการเอาพลังงานทดแทน แผงโซลาร์เข้ามาขายในประเทศ ปรากฏว่าไม่รับผิดชอบเวลาหมดอายุ ก็ทิ้งกันทั่วไป ก็อันตรายเหมือนกับแบตเตอรี่ คล้ายๆ กันน่ะ เพราะฉะนั้น กฎหมายมีอยู่แล้ว กระทรวงอะไรก็ไปเข้มงวดเอา อาจจะใช้โซลาร์เซลล์ จะซื้อกับใคร ผมก็อยากส่งเสริมในประเทศนะ ผมเห็น ไปที่สหรัฐอเมริกา ที่เมืองที่ไปประชุม ที่ซันนีแลนด์ส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ข้างทางมีสองอย่าง คือมีแผงโซลาร์เซลล์ อยู่ตามหลังคาโรงรถ หรือไม่ก็พื้นที่สักประมาณเอเคอร์หนึ่ง หรือไร่หนึ่งก็ได้ ไม่ถึงไร่ด้วย 2 งานประมาณนั้น เขาเป็นการใช้พลังงานทดแทน เฉพาะจุดไง เช่น ไปในบริเวณพื้นที่ของอาคารของหน่วยงานเหล่านี้ ที่มันต้องเปิดว่างๆ หน่อย เช่น เป็นเพิง เขาใช้ไอ้นี่ หรือหลังคาโรงรถ ไฟโรงรถอะไรต่างๆ หรือไฟเกี่ยวกับเรื่องของระบบทำน้ำร้อนในบ้าน คือผมว่าการที่จะทำใหญ่ๆ แล้วก็ขายระบบส่ง เรายังมีปัญหาอยู่ ถ้าระบบสายส่งนะ ปัญหาเยอะแยะ กฎหมายก็มีปัญหาอยู่ ระบบสายส่งก็ยังทำได้ไม่ครบ มันใช้เงินมาก มันสูงมาก เพราะฉะนั้นทุกคน .. คือ บางคน บางทีมันเร็วเกินไป ถ้าไปสมัยก่อนๆ เขาจะบอกว่า ทุกคนใช้พลังงานทดแทนมันจะทำให้ดีขึ้น โลก ... แต่ไม่ได้ดูว่าข้อเท็จจริงมันคืออะไร ผมคิดว่าวันนี้เราต้องเร่งส่งเสริมการใช้โซลาร์เซลล์ในประเทศให้มากขึ้น โดยจะต้องมีบริษัทผลิตเอง เรามีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว ให้มากขึ้น การที่จะเอาข้างนอกมาใช้ ก็โอเค เรื่องของการแข่งขันเสรี มันจะได้ช่วยกันทำให้คุณภาพเหล่านี้มันดีขึ้น ทำเองมันก็ถูกลง แต่ประสิทธิภาพต้องดีเท่าเขา ถ้าของเขาเข้ามาเขาก็ต้องพัฒนาให้มันดีขึ้นไปอีก มันจะได้เกิดการแข่งขันกัน แล้วคนได้ประโยชน์คือใครล่ะ คือประชาชนไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้นผมเป็นนโยบายปีนี้นะ เพิ่มเติมไปอีก ผมเห็นแล้วผมก็ต้องสั่ง ให้ทุกส่วนราชการไปหาทางซิว่าจะใช้โซลาร์เซลล์นี้อย่างไร ในการที่จะใช้ไฟให้ประหยัดลง เพราะว่ามันอาจจะใช้ ลงทุนสูงนิดหน่อย งบประมาณมีอยู่แล้วของทุกกระทรวง ในสถานที่ราชการ ดูซิว่าจะใช้ไฟ ใช้แผงโซลาร์เซลล์ตรงไหนได้บ้าง เดี๋ยวทำเนียบรัฐบาลก็คงต้องดูนะ ไม่งั้นมันใช้ไฟข้างนอกมา ค่าใช้จ่ายมันเยอะ แพง มันต้องไปเพิ่มพลังการผลิตข้างนอกอีกไง ผมคิดว่าเราต้องมาเริ่มต้นอย่างนี้ก่อนดีกว่า เพราะว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอะไรเพิ่มมันติดไปหมด ไม่ได้หมด เพราะงั้นเราทำไฟใช้เองเลยดีกว่า ดีมั้ย เพียงแต่ว่าเดี๋ยวรัฐจะต้องมาดูซิว่าจะช่วยยังไงได้บ้าง ใครมีกำลังแล้วก็ใช้เถอะครับ ใช้เลย เศรษฐีต่างๆ เนี่ย จะได้ไม่ใช้ไฟข้างนอกบ้าง ไม่ต้องไปเพิ่มพลังผลิตให้มากมาย วุ่นวายไปหมด เริ่มปีนี้เลยนะ

เรื่องการเผาป่า ต่อไปนี้ผมต้องลงโทษสถานหนัก มีการจัดชุดลาดตระเวนร่วม มีการประกาศเขตห้ามเผา แต่ก่อนนี้บางทีทุกคนเผาพร้อมกันหมด บางพื้นที่มันจำเป็นก็ต้องควบคุมให้ได้ เพราะว่า มันมีหลักการอยู่เหมือนกันในเรื่องของการแก้ไขเรื่องไฟป่า มันต้องไม่ลุกลามบานปลายอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่เผาได้มันดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดขึ้นนะ เรื่องไฟป่า ร่วมกับประชาชน อาสาสมัคร เฝ้าระวังการเผาป่า และจับกุมผู้ที่กระทำความผิด ก็สงสารนะพี่น้องบางทีไม่มีสตางค์ ก็เลยต้องไปเผา ฉะนั้นเอกชนต่างๆ หรือว่าพวกเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ไปเก็บค่าเช่า เก็บให้น้อยลง สงสารเขา ไม่งั้นเขาก็ไปเผาอีก โดนจับอีก ติดคุกอีก เพราะกฎหมายมันไม่ได้ละเว้นคำว่าคนรวยคนจนในกฎหมายปัจจุบัน

เรื่องกระทรวงแรงงานก็จะเปิดโครงการขับเคลื่อนพัฒนากำลังคน เพื่อจะใช้ซูเปอร์คลัสเตอร์ ถ้าเราไม่ผลิตคนออกมา คนข้างนอกจะมาทำงานแทนหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประชาคมอาเซียน หรือประชาคมโลกอะไรก็แล้วแต่ มันห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นมันถึงมีโครงการของกระทรวงศึกษาฯ ไง ซึ่งรัฐบาลนี้สั่งการออกไปให้พัฒนาอาชีวะ เทคนิค เรื่องรถไฟ รถไฟฟ้า เรื่องปัญญาประดิษฐ์ เรื่องอะไรเกี่ยวกับปัญญาทำนองนี้ มันหลายอย่างผมจำไม่ได้แล้ว เพราะมันเยอะมาก แต่มันมีอยู่ในหลักฐานอยู่แล้ว สั่งไปหมดแล้วด้วย เพราะฉะนั้นไปตามดู อยากให้ผลิตคนให้ตรงความต้องการประเทศ ผลิตคนรุ่นใหม่ออกมา ผลิตอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าตามแผนพัฒนาของตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเราจะต้องรองรับเครื่องยนต์ new engine of road ก็คือการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบการขนส่งคมนาคมต่อไปในอนาคตด้วย วันนี้เราก็เป็นอีโคคาร์ลดคาร์บอนมอนนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์อะไรต่างๆ ที่พ่นออกมาจากรถ วันหน้าเครื่องยนต์ก็ต้องเปลี่ยนระบบให้มันใช้น้อยลง สร้างมลพิษน้อยลง ทำนองนี้เราต้องคิดอย่างนี้ต่อไป วันนี้อีโคคาร์เขาก็ลดเรื่องการระบายท่อไอเสียออกมาเผาไหม้ให้มันหมด อันนี้เขาพัฒนาอยู่แล้วไง ทำไมเราจะต้องทำเองได้บ้างอย่างนี้ไปคิดมา อย่ามาคิดเรื่องการขัดแย้งกันอย่างเดียวสมองเสีย

การแก้ปัญหาภาคใต้ ผลงานในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาก็ดูจากการรายงาน และติดตามจากการควบคุมการทำงานของ ศอ.บต. และ กอ.รมน.ด้วย ก็มีการพัฒนาในแนวทางที่ดีขึ้น ที่สำคัญคือประชาชนร่วมมือมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น รัฐบาลได้เพิ่มการบริหารร่วมกัน 4 ฝ่ายนะครับ เรื่องตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร อส. ภาคประชาชน ภาครัฐให้ได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจัง ประชาชนในพื้นที่พอใจมากในเรื่องของการศึกษา เขาอยากให้ลูกเต้าเขามีการศึกษาที่ดี มีอาชีพที่ดี ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใดก็ต้องดีในประเทศไทยในเมื่อเป็นคนไทยแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงรับสั่งไปแล้วว่า เราต้องดูแลคนทุกคนที่เป็นคนไทย ที่เป็นสัญชาติไทยให้ได้ ทุกศาสนาให้ได้ให้มีความเท่าเทียม เพราะทุกคนคือประเทศไทย ทุกคนคือคนไทย เว้นบางคนไม่อยากเป็นก็แล้วแต่

เรื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสำคัญที่สุดนะครับ เรื่องศาสนา มันต้องเชื่อมต่อให้ได้ เรื่องใดก็ตามที่เป็นเรื่องแต่ละองค์กรที่มันมีพิเศษ ใช้การแก้ปัญหาของตัวเองให้ได้ อย่าให้เอาปัญหาทุกปัญหา ศาสนาก็มี พ.ร.บ.อยู่แล้ว มีหน่วยงานของพระ ของสงฆ์ ของศาสนาอยู่แล้ว ต้องแก้กันให้ได้ รัฐบาลมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน ก็แล้วแต่ แต่รัฐบาลไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ท่านต้องแก้ให้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ก็วุ่นวายแบบนี้ ก็กลายเป็นว่า รัฐบาลไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการปกครองสงฆ์ แต่มันจำเป็นนะ มันต้องดูแลอะไรประเทศให้ปลอดภัย ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งประเทศไทย เพราะงั้น ผมก็มีหน้าที่ของผม ทุกส่วนก็มีหน้าที่ของท่าน ถ้าท่านยังขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ ผมก็ทำหน้าที่ให้ท่านไม่ได้ เรื่องธรรมดา เรื่องของใต้ต่ออีกนิด เราใช้เป็นศูนย์กลางด้วยนะครับ เช่น โครงการชุมชนศรัทธา ได้มีการจัดเวทีสัญจร ขยายผลสู่ชุมชนศรัทธา
เรื่องการคลังนะครับ เรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง ผมพูดแล้วขั้นต้น กระทรวงเกษตร สหกรณ์ มีการทำยังไงให้มีการจัดการปัญหายั่งยืน ประมงพื้นบ้านนะครับ ผมสั่งแก้ไปแล้วหลายอย่าง ทำยังไงเขาจะไม่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะไร การใช้เครื่องมือต้องเป็นไปตามกฎหมาย เพียงแต่ระยะทางออกไป 3 ไมล์ มันไม่จำเป็น เป็นไปได้ไม่มาก ดูซิ ดูก็ไม่ได้ทำ เราก็แก้ปัญหาเราเอง อันไหนที่เขาให้ทำ ทำให้เสร็จแล้วกัน ตรงนี้อย่าให้ใครเดือดร้อน แต่จะต้องร่วมมือกับรัฐบาล อย่าให้ผิดกฎหมาย ทุกเรื่องมีกฎหมายหมดทุกตัว อย่าให้ต้องใช้กฎหมายมากขึ้น ออกกฎหมายให้มากขึ้น กี่ฉบับจะพอ ใจคนทำ ใจผู้ประกอบการ ใจชาวประมง ทุกคนไม่พอเพียงหมด จะให้ได้กำไรมากที่สุด ผิดกฎหมายไม่เป็นไร รัฐบาลก็แล้วแต่ ใช้กฎหมายมากๆ ก็ประท้วงเอา ฝากด้วยแล้วกัน

เรื่องต่อไป เรื่องสังคมจิตวิทยา กระทรวงศึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม เขาทำหน้าที่ของเขาหลายอย่าง ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ทำนองนี้ กำลังเจรจาทั่วประเทศ สังคมจิตวิทยา กระทรวงศึกษา เรื่องลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร มีการวางแผนยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน ตามการบริการลดความเหลื่อมล้ำ วางแผนดำเนินการ รายงานผล และจะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ด้วยนะครับ แล้วก็ผมคุยรัฐมนตรีแล้ว ต้องแก้ไขปัญหาเรื่องแปะเจี้ยะให้ได้ ว่าทำยังไงจะไม่เรียกแปะเจี้ยะ เพราะแปะเจี้ยะ คนรวยให้ได้ ถ้าคนจนให้ไม่ได้ อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน มันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความแตกต่าง เพราะเป็นโรงเรียนมีชื่อเสียง แต่ข้อสำคัญ ผมเช็กแล้ว ปรากฏว่าบางโรงเรียน จำเป็นต้องเรียกแปะเจี้ยะเพราะติดแอร์ ทุกห้อง ทำห้องน้ำอย่างดี โก้หรูหมด
เพราะฉะนั้น ทำอย่างนี้เลยมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จากที่รัฐสนับสนุนไปแล้วก็มากขึ้น เพราะงั้นโรงเรียนต้องหาเงินเพิ่ม นี่แหละครับปัญหาประเทศไทย และอะไรที่มันควรจะพอเพียง ก็พอเพียงบ้าง ผมจำได้สมัยผม ห้องครู ห้องอะไร ไม่เห็นมีแอร์เลย ห้องเรียนผมร้อนจะตาย ผมก็นั่งเรียนจนจบ จนถึงวันนี้ ผมไม่ได้หมายความว่า ต้องกลับไปยุคเก่านะ เอาพอสมควร ตรงไหนควรติดไม่ติด เงินงบประมาณมีเท่าไหร่ ทำเท่านั้น การไปหาเงินแบบนี้เดือดร้อนผู้ปกครองหมด เพราะฉะนั้น ไปดูรายละเอียดอีกที กระทรวงศึกษา และกลไกกระทรวงศึกษา บุคลากรทุกคนต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดทุกคนจะเอาประโยชน์ๆ ทั้งหมด มันไปไม่ได้หรอก แล้วการศึกษาก็ดรอปลงไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีกำลังใจจะสอนไง ถ้าไม่ได้สบาย ไม่ได้สตางค์ ทำนองนี้ มันต้องภูมิใจในเกียรติยศศักดิ์ศรี หน้าที่ของเรา ทำเพื่อเด็กๆ นะ เหมือนพ่อแม่อีกคนของเด็ก ไม่ใช่ เด็กก็ไม่ชอบ อะไรไม่ชอบ แล้วมันพอกันนะ ต้องปรับตัวเข้าหากันซิ เด็กก็ต้องเคารพผู้ใหญ่ เด็กต้องกตัญญูครูบาอาจารย์ เชื่อฟัง ครูอาจารย์ต้องรักเหมือนลูก ไม่ใช่ทะเลาะกันตลอด ผมไม่เข้าใจมันเกิดอะไร สังคมเปลี่ยนแปลงไป

เพราะฉะนั้นการที่จะจ่ายเงินอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ มันน่าจะต้องมีข้อบังคับมีกฎกติกา ผมไม่ได้หมายความว่า จะแก้ให้มัน 100% มันต้องไปดูซิว่ามันควรเป็นแค่ไหน และมันจะทำยังไงกับคนที่มีเงิน กับไม่มีเงิน ไปคิดแค่นี้แหละ รัฐบาลก็คิดแบบนี้ คนมีเงินจะทำยังไงกับเขา คนไม่มีเงินจะทำยังไงก็คิด 2 ข้างมันให้สมดุลกัน ไอ้นี่จะต้องมาช่วยไอ้นี่ยังไง ไอ้นี่จะต้องเข้าใจรัฐบาลยังไง สนับสนุนรัฐบาลยังไงมันต้องคิดแบบนี้ ประเทศไทยมันเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นแบบประเทศผมเจริญแล้ว เอาที่อื่นๆ เขามา ไม่ได้กลับมาดูตัวเองว่าเราพร้อมแค่ไหนอย่างไร ประชาชนเราต้องพร้อมกว่านี้ด้วย เศรษฐกิจเราต้องดีกว่านี้ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพต้องดีกว่านี้ ไม่ใช่เป็นแบบนี้ ตอนนี้คิดเท่าไรก็ไปไม่ได้ เพราะมันติดขัดด้วยความขัดแย้งไง ต้องมองประเทศชาติมาก่อน ประเทศชาติอยู่ตรงไหน ต้องการประเทศชาติเป็นยังไงใน 10 ปี เพราะฉะนั้นท่านต้องเริ่มนับ 1 ตั้งแต่วันนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ เอกชน สังคม นักการเมือง เอาประเทศชาติให้ได้ก่อนได้ไหม ท่านจะขับเคลื่อนยังไง ท่านเป็นรัฐบาลยังไง ผมไม่ได้ไปขัดแย้งอะไรกับท่าน แต่ถ้าท่านมีธรรมาภิบาลจบทุกอย่างธรรมาภิบาลไปดูซิ 6 ข้อ ทำให้ได้แบบนั้น ไม่มีใครเขาทำท่านได้อยู่แล้วนักการเมือง หรือรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่

เรื่องที่ 4 กฎหมายกระบวนการยุติธรรมมีร่าง พ.ร.บ. ที่อยู่ในกระบวนการอยู่ 445 ฉบับเยอะนะครับ ในกระบวนการที่กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่ได้ประกาศใช้ ในส่วนของ พ.ร.บ.ที่เข้าสู่กระบวนการไปแล้วนี่ 238 คือเข้าไปพิจารณาแล้ว อันแรกนี้คือทั้งหมดที่ยังอยู่ตามกระทรวงบ้างอะไรบ้าง และสำนักงานกฤษฎีกาบ้าง 400 กว่า และเข้าไปแล้ว 238 แต่ 238 เขากำลังทบทวนอยู่ทบทวน 32 ฉบับนะครับ

เพราะฉะนั้นก็พิจารณาตามวาระไป และอยู่ในระหว่างการศึกษายกร่าง 28 ฉบับ มันเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปทั้งหมด 43 ฉบับ ถ้าไม่มีกฎหมายมันปฏิรูปไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันต้องมีกติกา อย่างที่บอก ทุกคนก็ไอ้นี่ก็ไม่เอา ไอ้นั่นก็ไม่เอา แต่ปฏิรูปจะเอา เออ บอกว่า ห้ามทำนี่ ห้ามทำโน่น ไม่เอา อยากร่ำรวย อยากมีสตางค์ อยากสบาย แต่ไม่ฟังกฎหมายเลย มันจะไปได้ยังไงผมไม่เข้าใจ ช่วยกันหน่อย

ในเรื่องของการพิจารณาความเหมาะสมในการตรากฎหมาย 104 ฉบับนะเห็นไหม กฎหมายออกมาอย่างมีขั้นตอน ออกมาอย่างที่รับฟังความคิดเห็น มันต้องมีอยู่แล้วล่ะ ความขัดแย้งเรื่องกฎหมาย แต่ทำยังไงจะน้อยที่สุด ไม่ใช่มันจะพอใจ 100% มันเป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายคือกฎหมาย ไม่มีใครชอบอยู่แล้ว ทุกคนชอบอิสระ เสรีสิทธิมนุษยชน อะไรก็แล้วแต่ทั้งหมด ถ้าเอาอย่างนั้นอย่างเดียว ก็ไม่ต้องมีกฎหมาย อยู่กันแบบใครแข็งแรงก็อยู่นาน ใครไม่แข็งแรงก็ไป สู้ไม่ได้ก็ต้องยองแพ้ทำนองนี้ ไม่ได้หรอกครับ

ขอบคุณนะครับในโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพประทับใจมุมมองเด็ดๆ ในสังคมบ้านเรา ดีๆ เด็ดๆ เป็นภาพหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ยกมือไหว้ขอบคุณน้าโต๊ด คือ นายบุญ นาหอม เป็นอาสาสมัครกู้ภัยใจคุณธรรม จ.ชลบุรี ที่มีความพิการแต่ตัว แต่ใจเขาไม่พิการเลย เขาช่วยเหลือลากรถกลับบ้าน ไปที่หมายปลอดภัย ทุกคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เรื่องของคนจน ทำงานก็ดีอยู่แล้วนี่ อะไรทำนองนี้ คนเราชอบคิดแบบนี้ไง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั่นล่ะคือน้ำใจ ก็คือแสดงออกถึงความเป็นคนไทย ผมไปเมืองนอก ทุกครั้งผมก็ดูแล รปภ.เขาบ้าง ดูแลอาหารการกิน มีอะไรก็ให้เขาร่วมด้วย เพราะเขาดูแลเรา อำนวยความสะดวกเรา คนขับรถ อะไรต่างๆ กินข้าว ทานข้าว ก็เรียกเขากินด้วย ทานด้วย เขาก็ขอบคุณแทบเป็นแทบตาย เขาบอกเขาไม่เคยมี ไม่เคยเห็น มีน้ำใจกับคนทั่วไปแบบนี้ เขาบอกเขารักเมืองไทย เพราะว่าคนไทยมีน้ำใจ ไม่ใช่ว่าเขาได้รับประทานของผมหรอกนะ แต่โลกมันไม่มีแล้วแบบนี้ มีที่บ้านเรานี่ล่ะ เผื่อแผ่แบ่งปันไง พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนไว้ไง ทรงรับสั่งไว้ ผมก็เอามาใช้ทั้งหมด มีน้ำใจกับคนเขา ซื่อสัตย์ กตัญญู รู้คุณ เคารพผู้ใหญ่ มันอยู่ในที่ผมเขียนไว้นั่นล่ะ นะ ช่วยกันหน่อยนะครับ ใครที่พิการก็อย่ายอมแพ้นะ วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็กำลังทำอยู่ที่จะหางานหาการให้ทำให้มากขึ้น เรามีกฎหมายมีกติกาอยู่แล้ว แต่ทุกคนก็ต้องพัฒนา ไม่ใช่พิการแล้วไม่พัฒนาตัวเอง ไม่ได้ วันนี้ท่านสามารถทำงานที่บ้านก็ได้ คอมพิวเตอร์ มันสมองก็ดีอยู่ไง จะวาดรูป อะไรต่างๆ ก็ไปทำเถอะครับ รัฐบาลก็ดูแล ก็ดี มีหลายคนที่ตั้งตัวได้จากที่ตลาดผมเนี่ย ก็เอามาในวาระของกระทรวง พม.ที่เอาคนพิการบ้าง เอาคนที่ติดคุกอยู่บ้าง กำลังจะพ้นโทษบ้าง หรือพ้นโทษแล้ว มาทำงานฝีมือ แล้วก็ขาย จำหน่าย ก็ดีขึ้นนะ ถ้าเราดูแบบนี้ประเทศไทยก็จะหายความขัดแย้ง เราต้องดูตัวอย่างคุณบุญ เมื่อกี้นี้ เขาพิการแต่เขาทำมา 20 ปีแล้วนะ หรืออะไร ไปหาคนเหล่านี้ ไม่ใช่หาแต่คนที่มันขัดแย้ง สร้างข่าวอยู่ทุกวันๆ สื่อไปหาแบบนี้มา ไปหาที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ให้กำลังใจคนจน ให้กำลังใจคนทำดี ไม่ค่อยเห็นนะ มีแต่เรื่องอะไรที่ไร้สาระอยู่เยอะ มากกว่าสาระ เดี๋ยวผมก็ทะเลาะกับเขาอีก วันนี้ให้ 4 คำถามยังถามเลยว่าทำไมต้อง 4 คำถาม เออ แปลกดีเหมือนกันเนอะ เมืองนอกเขาก็ทำแบบนี้แหล่ะ คำถามเดียวเขายังไม่ให้เลย นี่ผมพยายามให้ความเป็นกันเอง แต่มันไม่ได้ สรุปแล้วมันทำไม่ได้ มันกลายเป็นว่าผมกลายเป็นลูกไล่ให้กับท่าน มันไม่ใช่อ่ะ ผมโมโหก็ไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นก็มีกติกาก็แล้วกัน

เรื่องความเกื้อกูลซึ่งกันและกันนะ ก็ย้อนกลับไปที่ผมทำให้ คือผมเกื้อกูล ให้ท่านมีงาน ให้มีข่าวเขียน ปรากฏว่าแทนที่จะช่วยผม มาทำร้ายผมด้วย บางคนนะ ก็ต้องรับไปด้วยกันนี่ล่ะ มันนั่งอยู่ด้วยกันนี่เวลาถามผม ก็ไปดูกันเองว่าใครชอบสร้างความขัดแย้ง

เรื่องสัจธรรมหนึ่งนะ นิ้ว 5 นิ้ว ทุกคน ยาวไม่เท่ากัน หรือใครนิ้วเท่ากัน 5 นิ้ว มีมั้ย ไม่มีอ่ะ มันต้องต่างกัน 5 นิ้ว แต่ทั้ง 5 นิ้วประกอบกันเป็นมือของเรามือหนึ่ง สำคัญเท่ากัน มันขาดนิ้วใดนิ้วหนึ่งมันก็ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขียนหนังสือ หยิบจับของก็ไม่สะดวก วันนี้มันต้องให้ 2 มือ 10 นิ้ว หัวใจ มือ หัวใจ แล้วก็สมอง สติปัญญา ต้องร่วมมือร่วมใจกันทำหน้าที่ตามความสามารถของตน คนสู้ชีวิต ที่เขาพูดออกมา ของพวกที่เสียสละทำเพื่อสังคม สู้ชีวิต เขาพิการบ้างอะไรบ้าง เขาพูดไว้ว่า ภูมิใจที่ผมได้ช่วยเหลือคน ช่วยเหลือคุณแม้ตัวผมจะเป็นอย่างนี้ก็ตาม พิการอย่างนี้ก็ตาม ผมก็เต็มใจ และก็ดีใจที่ได้ช่วยท่าน ช่วยคนสมบูรณ์ ไม่พิการด้วยซ้ำไป ฉะนั้นถ้าทุกคนมีจิตอาสา ไม่ต้องพร้อม ไม่ต้องมาเตรียมตั้งหลักอะไรมากมาย ช่วยอะไรได้ก็ช่วย เจอใครอยากช่วย ช่วย มีสตางค์ ให้คนไม่มีข้าวกิน ให้มีกิน รู้นี่ คนลำบาก ไม่ต้องให้มากหรอก มีเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น ช่วยเหลือเถอะครับ เหมือนกับเราทำบุญกันเยอะแยะ ทำบุญกับวัด กับพระก็เยอะมากมหาศาล วันนี้ทำทาน ทำกันบ้างหรือยัง บุญกับทานมันคู่กันนะ ช่วยเหลือสังคมคนละเล็กละน้อย หัวใจเราก็จะมีความสุขขึ้น บางทีทำบุญก็โอเค คนเยอะ ภูมิใจ หาเงินเยอะๆ เข้าวัด ก็ไปว่ากัน ผมไม่ได้ขัดแย้ง แต่ในส่วนของทาน คนยากจนเต็มไปหมด อยู่ข้างนอกวัด รอบๆ วัด ขอทานบ้าง อะไรบ้าง ทำยังไงกับเขา นู่น ได้บุญ แต่ทานไม่ได้เลย คนเหล่านี้ก็ลำบากเหมือนเก่า วันนี้รัฐบาลก็รื้อทุกวัน พม.ต้องไปดูเรื่องขอทาน ไปดูเรื่องคนพิการ ไม่ใช่ว่าไปเดินอยู่ตามถนน ตามอะไรต่างๆ เหล่านี้ จับอย่างเดียวมันก็ไม่จบเสียที แต่ก็ต้องควบคุมนะ กฎหมายมีอยู่ ก็ไปสร้างที่ฝึกงานให้ อะไรให้อยู่ขณะนี้ ที่มีนบุรี คนเยอะแยะ เดี๋ยวเขาออกมาก็ไปทำงานอื่น ทุกอาชีพนะ ทุกคนเขาก็อยากทำสิ่งที่ดีๆ ไม่อยากไปใช้ร่างกาย ใช้อะไรต่างๆ ไปหาเงินหาทอง อย่าไปว่าเขา เพราะเขายากจนไง ถ้าเขาไม่ยากจนเขาคงไม่ทำหรอก ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เขาเท่ากันหมดอยู่แล้ว นะ ยังไงก็ภูมิใจนะ เหมือนผมกำลังภูมิใจว่าอย่างน้อยผมก็ได้คิดให้ประเทศล่ะ ได้ทำ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่ผมก็ได้ทำไง ใครที่ยังไม่ได้ทำเลย ไปทำซะ แล้วจะได้มีความสุขเหมือนที่ผมมี ถึงแม้จะมีความทุกข์อยู่บ้าง แต่ความสุขมันจะเจือจางความทุกข์ให้ลดลง ผมมีความทุกข์ของผม ก็มีอยู่ ทุกข์ของผมทำไงพี่น้องจะมีความสุข ประเทศจะก้าวหน้า นั้นคือทุกข์ผมมีแค่นั้น อย่างอื่นไม่มี ส่วนตัวผมไม่ได้ลำบากยากเข็ญอะไรอยู่แล้ว แต่ทำไงมันจะทำให้ความสุขที่ผมมีอยู่ ความสุขผมมี...วันนี้ผมก็เป็นนายทหารเกษียณอยู่แล้ว ความสุขผมจริงๆก็คือพักผ่อน 60 ปีมาแล้วรับใช้ชาติ วันนี้ต้องมาทำตรงนี้ต่อเพราะว่ามันจำเป็น ก็ไม่ได้ขอร้องให้ใครมาเห็นใจผมอยู่แล้ว เพียงแต่ผมตั้งใจ ความสุขผมคือได้ทำอะไรให้คนอื่น เป็นทหารก็รักษาพื้นที่ ใช้ชีวิต ใช้ร่างกาย ต่อสู้ รบราฆ่าฟันมาพอสมควร ตอนเด็กๆ นะ...ประเทศไทยก็ ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของใคร สืบต่อจากบรรพบุรุษมา สืบต่อจากสถาบันรักษากันมา ทุกคนไม่คิดแบบนี้ ทุกคนมีหน้าที่ของตน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งไว้แล้ว ทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีสุดและเพื่อคนอื่นด้วย ขอให้เป็นความภาคภูมิใจแล้วกัน มันอาจจะไม่ทำให้ร่ำรวยมากขึ้น แต่มันเป็นทาน ทานทำให้มีความสุขในวันหน้าด้วยในเรื่องของศาสนา พุทธศาสนา ขอให้เป็นคติเตือนใจ เป็นกำลังและแรงบันดาลใจให้กับทุกคน พี่น้องชาวไทยทั้ง ผู้ปกติ ผู้พิการ ผู้ร่ำรวยยากจน ทุกคน คือพลังของชาติ เป็นเครื่องจักรสำคัญช่วยกันทำอะไรดีๆเพื่อสังคม ประเทศชาติ มองอนาคตประเทศชาติ ลดความขัดแย้ง ขจัดความขัดแย้ง เรื่องอะไรที่มันทะเลาะเบาะแว้ง หยุดไว้ก่อนได้ไหม แล้วชะลอทุกเรื่องที่ประเดประดังเข้ามาทั้งหมด มันก็ไปเข้าทางของคนไม่หวังดีก็มีอยู่ ทุกอย่างก็เลยขับเคลื่อนกดดันมาที่รัฐบาลหมด แล้วมันจะไปได้ไหม ปฏิรูปก็ไปไม่ได้ ประชามติก็ไปไม่ได้อีก เลือกตั้งก็ไปไม่ได้อีก แล้วทำไง ใครจะต้องรับผิดชอบ ผมเหรอ ใจร้ายกับผมไปหรือเปล่า ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...