xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจตรวจเข้มสยาม-ราชประสงค์ ประสานห้างฯ ติด CCTV เพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บังคับการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจวัตถุระเบิด (EOD) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสุนัขดมกลิ่น (K-9) เจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 1 รอ. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร่วมปล่อยแถวเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สี่แยกราชประสงค์ และศูนย์การค้าสยามเซนเตอร์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกับทางนักท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า การปล่อยแถวในวันนี้ได้แบ่งเป็น 3 จุด และจะกระจายไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ เอเชียทีค สวนจตุจักร พระบรมมหาราชวัง และได้เน้นย้ำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยช่วยกันตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย

ส่วนในเรื่องของกล้องวงจรปิดที่ทางห้างสรรพสินค้าติดตั้งไว้ อยากให้มีการติดตั้งกล้องเพิ่มเติม เนื่องจากคนร้ายจะรู้ว่ากล้องจะติดอยู่ด้านบนเสมอ จึงทำให้เวลาก่อเหตุคนร้ายจะก้มหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับภาพได้ขณะก่อเหตุ จึงอยากให้มีการติดกล้องในแนวระดับสายตา และอยากให้ทางห้างเน้นเรื่องความคมชัดของกล้องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับกรณีความคืบหน้าชายใส่เสื้อสีฟ้าที่บริเวณสะพานสาทร ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนนำระเบิดไปวางไว้ในจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบย้อนหลังว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในส่วนของเส้นทางที่ชายเสื้อฟ้าใช้เดินทางนั้น มีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้ และไม่ใช่เส้นทางเดียวกันกับชายเสื้อเหลืองที่ก่อเหตุที่สี่แยกราชประสงค์ เบื้องต้นคาดว่าชายเสื้อฟ้าที่ก่อเหตุที่สะพานสาทรเป็นชาวเอเชีย

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีตอนนี้มีความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ และสำหรับคลิปวิดีโอที่ถูกปล่อยอยู่ในโซเชียลมีเดียตอนนี้ เจ้าหน้าที่ยังยืนยันว่าเป็นความจริงหรือไม่ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เป็นคนให้ข้อมูลในส่วนนี้ การแชร์คลิปเป็นการแชร์ของกลุ่มคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นผู้เผยแพร่หรือนำไปเผยแพร่ต่อต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกำหมายต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...