xs
xsm
sm
md
lg

เตือนอีสานจะลุกเป็นไฟ หากรบ.ไม่ฟังชาวบ้านเรื่องสัมปทาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการติวีรชนพฤษภา’35 ในฐานะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เปิดเผยว่า จากกระแสเรียกร้องให้มีการปรองดอง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช ) และรัฐบาลอ้างความเป็นกลาง เข้ามาควบคุมอำนาจเพื่อยุติความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง มีการตั้งคณะศึกษาและได้รับการขานรับ วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง รวมถึงการที่รัฐบาลประกาศสนับสนุนการสร้างความปรองดอง แต่ปรากฎว่ายังมีความไม่ชัดเจนจากผู้ปฎิบัติงานที่อ้างคำสั่งคสช. โดยไม่เอื้อต่อการส้รางบรรยากาศการปรองดอง

“โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปมีส่วนสร้างความขัดแย้งเหตุการณ์ในพื้นที่บ้านนามูล-ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น โดยปล่อยปละเลยให้ชาวบ้านที่รับความเดือดร้อนจากการขุดเจาะปิโตรเลียมรอบที่ 20 ซึ่งเป็นสัมปทานค้างเก่าต้องเผชิญหน้ากับความไม่เป็นธรรมอย่างน่าเวทนาจึง อยากให้รัฐบาลหารือความร่วมมือจากคสช. พิจารณาการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยความรอบคอบ เพราะการที่ประชาชนได้ออกมาแสดงความเห็นโดยสื่อเจตนารมณ์ถึงความห่วงใยต่อประโยชน์สาธารณะ ย่อมสามารถกระทำได้ แม้จะมีกฎอัยการศึกรัฐก็ควรเปิดพื้นที่รับฟังความเห็นต่าง มากกว่าการใช้อำนาจ”นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวว่า การพูดเรื่องปรองดองเป็นเรื่องที่ดีงามแต่ถ้าจะให้ดีและจับต้องได้จะต้องพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรม เหตุการณ์ที่บ้านนามูล-ดูนสาด จะพิสูจน์ว่าคำพูดของรัฐบาลและคสช.กับการกระทำตรงกันหรือไม่ เพราะสัมปทานเก่ายังสร้างปัญหาไม่จบ ชาวบ้านได้เห็นบทเรียนแล้วว่าการดำเนินโครงการของรัฐมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชุมและสิทธิมนุษยชนโดยที่ไม่มีใครเหลียวแลจึงต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง ซึ่งเขาไม่ได้ต่อต้านโครงการ แต่อยากเห็นความยุติธรรม หากยังเดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียมแปลงที่ 21 โดยใน 29 แปลงอยู่บนบก 26 แปลงกินพื้นที่ทั่วภาคอีสาน ซึ่งยังมีเสียงคัดค้านอย่างกว้างขวาง ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาอีก ดังนั้นหากรัฐจัดการปัญหาไม่รอบคอบ ระวังภาคอีสานจะลุกเป็นไฟ เพราะเท่ากับทำตรงกันข้ามกับการสร้างความปรองดอง
กำลังโหลดความคิดเห็น